Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Marvel vs DC ใครแน่ ใครเจ๋งกว่ากัน?

     ปี 2000 ทเวนตี้ เซนจูรี่ฟอกส์ได้นำเรื่องราวของ X-Men ขึ้นจอภาพยนตร์และทำให้นักดูหนังในประเทศไทยเริ่มรู้จักค่ายการ์ตูน"มาร์เวลคอมมิค" ค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่ของประเทศอเมริกา โดยที่ X-Men ภาคแรกนั้นได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร

     ต่อมาในปี 2002 นักดูหนังรุ่นใหม่ๆได้รู้จักค่ายการ์ตูนมาร์เวลคอมมิคมากขึ้นจาก Spider-Man ของผู้กำกับแซม ไรมี่ หนังทำรายได้ถล่มทะลายและได้รับการตอบรับที่ดีมากๆทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยเองก็เช่นกัน ในการสร้างและตีความเรื่องราวของมนุษย์แมงมุมในครั้งนั้นอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ที่ดูแลโดยค่ายโคลัมเบีย พิคเจอร์ซึ่งเป็นบริษัทในสังกัดของโซนี่ย์ หลังจากนั้นเองในช่วงกลางทศวรรษที่ผ่านมา ค่ายโซนี่ย์และฟอกส์ต่างก็ผลิตหนังภาคต่อของ Spider-Man และ X-Men ออกมาและโกยรายได้อย่างต่อเนื่อง

      จนกระทั่งในปี 2008 ทางมาร์เวลคอมมิคก็ได้ก่อตั้งสตูดิโอสร้างหนังของพวกเขาเองขึ้นมาและนำฮีโร่ที่ดังเฉพาะกลุ่มอย่าง Iron Man มาขึ้นจอภาพยนตร์ โดยทางมาร์เวลเป็นผู้ดูแลและควบคุมงานสร้างเองทั้งหมด ผลที่ออกมาก็คือ Iron Man โด่งดังเป็นพลุแตกและทำรายได้อย่างถล่มทะลาย ทั้งยังทำให้ดาราที่แทบจะหมดความน่าสนใจไปแล้วอย่างโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์กลับมาโด่งดังในชั่วข้ามคืน ด้วยความสำเร็จของ Iron Man ในครั้งนั้นคือกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยเปิดบานประตูให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆของการ์ตูนมาร์เวลให้ออกมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์อย่างฮัลค์, กัปตันอเมริกาและเทพสายฟ้าทอร์ และเกิดเป็นโครงการหนังมาร์เวลที่เรียกกันว่า "มาร์เวล เฟส 1" และปิดฉากเฟส 1 ไปอย่างงดงามทั้งรายได้และคำวิจารณ์ด้วยหนังรวมซูเปอร์ฮีโร่ The Avengers ที่ขึ้นเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลกลำดับที่ 3 เป็นรองแค่ Avatar และ Titanic

      ในอีกด้านหนึ่งทางฝั่งดีซีคอมมิค ค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่ของอเมริกาเช่นกันก็ได้แต่เฝ้ามองตาปริบๆ แต่เรามาลองย้อนกลับไปในปี 2005  ทางดีซีได้ส่งเรื่องราวของ Batman ฮีโร่จากการ์ตูนในเครือของพวกเขาขึ้นสู่จอภาพยนตร์อีกครั้งภายใต้ชื่อ Batman Begins ด้วยเนื้อเรื่องแนวอาชญากรรม-สืบสวนและแทบจะไม่มีความเป็นแฟนตาซีในเรื่องเลย ทำให้อัศวินรัตติกาลผู้นี้ได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ จนทำให้มีการสร้างภาคต่อตามออกมา ทั้งๆที่เดิมทีผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลนต้องการจะสร้างออกมาแค่ภาคเดียวเท่านั้น ในปีถัดมา Superman ฮีโร่ของดีซีอีกคนก็ได้กลับมาอีกครั้งกับ Superman Returns แต่ตัวหนังกลับเจ๊งไม่เป็นท่าและทำให้อนาคตของฮีโร่ชาวคริปโตเนี่ยนคนนี้ดูจะมืดมนลงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับ Green Lantern ที่แป้กไปเมื่อปี 2011 จนกระทั่งในปี 2013 Superman ก็ได้กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งภายใต้ชื่อ Man of Steel และจากความสำเร็จในครั้งนั้นจะเป็นกุญแจดอกใหม่เพื่อเปิดประตูให้โลกของเหล่าฮีโร่ของดีซีเช่นเดียวกับที่ Iron Man เคยทำให้มาร์เวล

     จากประวัติผลงานของหนังทั้งสองค่าย ในด้านของเรื่องราวในภาพยนตร์แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าค่ายมาร์เวลนั้นนำโด่งค่ายดีซีไปเยอะมากๆ ทำให้แฟนๆของซูเปอร์ฮีโร่แต่ล่ะคนเริ่มจะมีการถกเถียงกันว่าหนังของใครดีกว่า การ์ตูนของใครดีกว่า จนกลายมาเป็นคำถามโลกแตกในที่สุดครับ บทความนี้ผมจะมาวิเคราะห์ความแตกต่างของทั้งสองค่ายว่าพวกเขามีความแตกต่างกันอย่างไร? ใครดีกว่าใครตรงไหน? ใครเจ๋งอย่างไร? ข้อแตกต่างที่ผมนำมาให้อ่านกันนี้เป็น"มุมมองในภาพรวม"ที่ไม่ได้เจาะจงลงไปที่ฮีโร่คนใดคนหนึ่งของค่ายใดค่ายหนึ่ง 

     1. ฮีโร่ของทางฝั่งมาร์เวลมีภูมิหลังมาจากคนปกติที่มีชีวิตธรรมดาสามัญมากกว่าฮีโร่ของทางฝั่งดีซี อย่าง Captain America ที่มีภูมิหลังเป็นแค่คนอ่อนแอขี้โรค, Spider-Man เป็นเด็กกำพร้าอยู่กับลุงและป้า, มนุษย์กลายพันธุ์ส่วนใหญ่ในเรื่อง X-Men ก็มีภูมิหลังที่เป็นคนธรรมดา ต่างจากฮีโร่ของฝั่งดีซีที่เป็นมนุษย์ต่างดาวอย่าง Superman, เศรษฐีหมื่นล้านอย่าง Batman, เจ้าหญิงอเมซอนอย่าง Wonder Women

     2. ฮีโร่ของทางฝั่งดีซีมีพลังเหนือมนุษย์มากกว่า ตัวอย่างที่เด่นชัดสุดๆเลยคือซูเปอร์แมน ตาปล่อยแสงได้ เร็วกว่ากระสุน กำลังมหาศาลและบินได้ด้วยตัวเอง โดยความสามารถต่างๆของ Superman นั้นเอามาแยกได้เป็นฮีโร่ของทางมาร์เวลได้ทีละคนกันเลย ตาปล่อยแสงได้นี่เป็นอย่าง Cyclops ความเร็วเหมือน Quick Silver และมีกำลังมหาศาลเหมือน Hulk

     3. ตัวละครของทางดีซี สร้างขึ้นมาก่อนตัวละครของมาร์เวล ตัวละครที่โด่งดังของมาร์เวลส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1960-1970 แต่ตัวละครของทางดีซีสร้างขึ้นมาก่อนหน้านั้นในช่วงปี 1930-1940

     4. ตัวละครของทางมาร์เวลมีที่มาของพลังลึกลับมากกว่าทางดีซี ตัวละครของทางมาร์เวลนั้นอย่าง ดร.ดูม หรือ ดร.สเตรจท์นั้นสามารถปล่อยพลังได้ โดยที่พลังเหล่านั้นเราก็รู้ที่มาว่าพวกเขาได้พลังมาจากไหน ต่างจากทางดีซีที่ไม่ค่อยบอกที่มาของพลังที่มีในตัวละครของพวกเขาครับ

     5. ตัวละครของมาร์เวลนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการร่วมทีม ตัวอย่างง่ายๆเลยก็คือ X-Men, Fantastic 4 รวมไปถึง The Avengers สาเหตุก็เพราะว่าฮีโร่แต่ล่ะคนมีพลังที่ดูเกื้อกูลกันมากกว่าของทางดีซีที่ดูจะเป็นฮีโร่ฉายเดี่ยวและมีหลายพลังในตัวคนเดียว

     6. ตัวละครของทางมาร์เวลนั้นส่วนใหญ่อธิบายถึงพลังของพวกเขาได้มากกว่าทางดีซี เปรียบเทียบกันอย่าง สตอร์มจาก X-Men เธอสามารถควบคุมสภาพอากาศและบินได้ เทียบกับซูเปอร์แมนที่ดูจะมีความสามารถที่ไม่มีที่สิ้นสุด แม้กระทั่งแบทแมนที่เป็นคนธรรมดา แต่เขาก็มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยเหลือเขาในทุกๆสถานการณ์

     7. ตัวละครฮีโร่ของทางดีซีจะมีฮีโร่ตัวรองมาเสริมบทเสมอๆ อย่างโรบิ้นที่เป็นผู้ช่วยแบทแมน, ซูเปอร์แมนก็มีซูเปอร์เกิร์ล ต่างจากของทางมาร์เวลที่จะเปลี่ยนตัวละคร แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นฮีโร่คนเดิม อย่างสไปเดอร์แมนที่มีการเปลี่ยนตัวละครในเนื้อเรื่องไปหลายคน โกสต์ ไรเดอร์ที่มีหลายคนที่เป็นไรเดอร์เหมือนกัน

     8. มาร์เวลใช้สถานที่จริงในเรื่องราวของฮีโร่ของพวกเขา แต่ดีซีจะใช้การสร้างโลกสมุติขึ้นมาให้ฮีโร่ของพวกเขาแทน โดยทางมาร์เวลจะเน้นไปที่เมืองนิวยอร์คเป็นหลัก อาจจะมีที่อื่นบ้างแต่ก็ยังเป็นสถานที่ๆมีอยู่จริงๆ แต่ทางดีซีจะสร้างเมืองสมมติขึ้นมาอย่างเมืองเมโทรโพลิสของซูเปอร์แมนหรือเมืองก็อทแธมของแบทแมนครับ

     อย่างที่ผมบอกครับ บทความนี้เป็นการมองในเพียงภาพรวมกว้างๆของทั้งสองค่าย ใครที่เป็นแฟนๆของฮีโร่คนไหนก็อย่าคิดมากครับ เพราะไม่ว่าพวกเขาจะมีพลังอย่างไร ใครมีพลังเหนือกว่าใครหรือถ้าสู้กันเองแล้วใครจะชนะ แต่จุดมุ่งหมายของพวกเขาทุกคนก็คือการปกป้องผู้บริสุทธิ์จากเหล่าร้ายทั้งหลายครับ

เรียบเรียงจาก: Superhero Nation