Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
บทวิเคราะห์ตัวอย่างที่ 3 ของ Avengers: Age of Ultron

     [คำเตือน บทความนี้อาจจะเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญของหนัง Avengers: Age of Ultron]

     เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผมนำเสนอข่าวตัวอย่างที่ 3 ของ Avengers: Age of Ultron มาให้คุณได้ดูกัน ด้วยเนื้อหาที่มีฉากใหม่ๆและอาจจะทำให้คุณพลาดสิ่งที่ตัวอย่างต้องการจะสื่อหรือประเด็นที่คุณอาจจะไม่รู้ ผมไปเจอข้อมูลการวิเคราะห์ตัวอย่างจากในเว็บแหล่งข่าวเมืองนอกและเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์กับนักดูหนังก่อนที่จะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ เลยขอแปลและเรียบเรียงมาให้พวกคุณได้อ่านกันครับ ขอบอกเลยว่าแต่ละฉากพอได้อ่านบทวิเคราะห์แล้วมันดูลึกซึ้งจริงๆ ก่อนอื่นเราไปดูตัวอย่างกันอีกครั้งครับ

     มาเริ่มกันที่ฉากแรก เราจะได้เห็นคาแรคเตอร์ของวอนด้า(สการ์เล็ตวิทช์)และพิโตร(ควิกซิลเวอร์)ในระยะที่ใกล้มากขึ้น (อาาา อลิซาเบธของผม 555+) 

     อัลตรอนได้บอกกับพวกเขาทั้ง 2 ว่าทำไมตนจึงถูกสร้างขึ้น พร้อมทั้งบอกว่าหนทางเดียวที่โลกจะสงบสุขคือการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ อันนี้ผมวิเคราะห์เองว่าที่อัลตรอนร่วมมือกับวอนด้าและพิโตร เป็นเพราะทั้ง 2 เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่ดูพิเศษกว่ามนุษย์ปกติและมีการพุ่งเป้ามาที่ทีมอเวนเจอร์สเหมือนกันครับ

     ภาพแรกของตึกกองบัญชาการของทีมอเวนเจอร์ส ดูเหมือนว่าสตาร์กจะลดอีโก้ตัวเองลงหน่อยนึงและทำเพื่อเพื่อนๆในทีม ด้านบนตึกมีสัญลักษณ์ตัว "A" ที่น่าจะได้รับการปรับปรุงจากตัว A ที่เหลืออยู่หลังจากสงครามนิวยอร์ค

     เหล่ามือกลผู้ช่วยเหลือของสตาร์กกลับมาช่วยงานอีกครั้ง หลังจากที่เจ๊งไปตอนบ้านโดนถล่มใน Iron Man 3

     กัปตันไม่สามารถช่วยเหลือรถที่กำลังจะตกจากขอบสะพานที่ถูกทำลายได้ทันและดูเหมือนว่าในนั้นจะมีคนติดอยู่ในรถด้วย จากจุดนี้อาจจะเป็นจุดหักเหครั้งยิ่งใหญ่ด้วยเพราะการตายของผู้คนต่อหน้าต่อตาอาจจะทำให้กัปตันคิดอะไรบางอย่างได้ หรือไม่ก็ในขณะที่รถตกลงไปไอรอนแมนอาจจะมาช่วยไว้ได้ทันหรืออาจจะเป็นสไปเดอร์แมน(อันนี้ล้อเล่น)

     ต่อจากฉากที่ว่า เราก็จะได้เห็นการสนทนาของกัปตันและสตาร์กเกี่ยวกับประเด็นที่ว่าพวกเขาต่อสู้เพื่อโลกนี้เพราะอะไร? ฉากนี้เหมือนจะเริ่มประเด็นความขัดแย้งของทั้งสองและนำไปสู้เรื่องราวใน Civil War

      ฉากโรแมนติคระหว่างบรูซและนาตาชา อาาา ได้กลิ่นรัก 3 เส้ามาแต่ไกล

    ฉากที่เป็นประเด็นที่สุด มองผ่านๆอาจจะเห็นเป็นกรงเล็บของวูลฟเวอรีน แต่ขออภัยครับ มันคือลูกธนูของฮอร์คอายส์แค่นั้นเอง ตรงด้านล่างขวาของภาพเราจะได้เห็นสายและคันธนูของเขา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะทำออกมาให้คล้ายกับกรงเล็บวูลฟเวอรีนให้แฟนๆงงไปทำไม???

     และนี่คือช็อตที่สุดยอดที่สุดในตัวอย่างนี้แล้วครับ เราจะได้เห็นการรวมตัวของทีมอเวนเจอร์สกระโจนลงมาจากเนินเขาเพื่อถล่มกองกำลังที่น่าจะเป็นขององค์กรไฮดร้า

     สตาร์กถือคทาของโลกิ ปลายด้านบนของคทามีอัญมณีอินฟินิตี้ที่มีพลังในการควบคุมจิตใจ เป็นไปได้ว่าสตาร์กจะใช้เจ้าสิ่งนี้เพื่อช่วยลบมนต์สะกดจิตใจของสการ์เล็ตวิทช์ที่ทำกับฮัลค์และแบล็คไวโดว์ครับ

 ไอรอนแมน, ทอร์และกัปตันอเมริกาเผชิญหน้ากับอัลตรอน, สการ์เล็ตวิทช์และควิกซิลเวอร์ อืมม พอได้เห็นมุมนี้แล้วคาแรคเตอร์ของอัลตรอนตัวสูงเหมือนกันนะเนี่ย

     อีกหนึ่งช็อตเด็ดของตัวอย่างนี้ครับ เมื่อกัปตันขว้างโล่ห์เข้าใส่อัลตรอนบริเวณหน้าอก แต่เขากลับดึงโล่ห์ออกและโยนทิ้งอย่างง่ายดาย

     ฉากเพิ่มเติมของการต่อสู้ระหว่างฮัลค์และไอรอนแมนในชุดเกราะฮัลค์บัสเตอร์ จาก 2 ตัวอย่างก่อนหน้าเราได้เห็นการต่อสู้ไปบ้างแล้ว พอได้มาเห็นฉากเพิ่มเติมที่ว่านี้นั่นคงทำให้ฉากต่อสู้กันของทั้ง 2 มีสเกลที่ใหญ่มากแน่ๆ

     สการ์เล็ตวิทช์ร่ายพลังเพื่อควบคุมจิตใจแบล็ค ไวโดว์ ผมว่าฉากหลังจากนี้น่าจะไปตรงกับฉากในตัวอย่างแรกที่เราได้เห็นนาตาชาสมัยผมยาวและโดนกดหัวลงไปนอนบนเตียงเพื่อทำการทดลองอะไรแน่ๆ ฉากนั้นน่าจะมาจากภาพในความทรงจำของเธอครับ

     ควิกซิลเวอร์ใช้พลังความเร็วเหนือเสียงวิ่งเข้าไปประเคนหมัดอัพเปอร์คัทให้กับกัปตันอเมริกา ที่กัปตันผายมือขวาออกมาแบบนั้นน่าจะเป็นจังหวะที่ขว้างโล่ห์ออกไปพอดีครับ

     ทอร์หงุดหงิดถึงกับต้องตะโกนท้าทายอัลตรอน ช็อตนี้เผยให้เราได้เห็นไอรอนแมนในชุดเกราะใหม่ที่ดูปราดเปรียวขึ้นครับ

     และช็อตนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่าอัลตรอนบินได้ด้วย พร้อมทั้งกองทัพไอรอนลีเจียนนับร้อยที่กรูกันเข้ามา

     ตามมาด้วยช็อตที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในช็อตประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ครับ มุมนี้เราจะได้เห็นทุกคนร่วมกันสู้กับกองทัพไอรอนลีเจียน รวมทั้งสการ์เล็ตวิทช์ที่เปลี่ยนข้างมาเข้าทีมอเวนเจอร์ส จะขาดไปก็แต่ควิกซิลเวอร์ที่น่าจะวิ่งวนจัดการศัตรูที่อยู่รอบๆ

     ก่อนที่จะปิดตัวอย่างไปด้วยการเผยให้เห็นส่วนใบหน้าและตาของเดอะวิชั่น ฮีโร่อีกคนที่รับบทโดยพอล เบตตานี่ย์ ดูๆไปโครงหน้าก็ค่อนข้างเหมือนเบตตานี่ย์อยู่ประมาณนึงครับ

      จากทั้งหมดที่ว่ามาจะเห็นได้ว่ามีข้อมูลใหม่ๆและมีอะไรที่น่าตื่นเต้นเปิดเผยออกมาเยอะมากครับ ผมเชื่อว่าแฟนๆคงจะรอแทบไม่ไหวที่จะเสียเงินจองตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 30 เมษายนนี้ แต่ทางดิสนี่ย์ไทยใจดี เปิดรอบพิเศษให้คนไทยได้ดูก่อนใครในโลกในวันที่ 29 เมษายนรอบ 1 ทุ่มเป็นต้นไปครับ งานนี้เตรียมตัวรอซื้อตั๋วกันไว้ได้เลย

Source: ComicBook