Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
เรื่องที่คุณควรรู้ก่อนไปดู Jurassic World

     และแล้ววันนี้หนัง Jurassic World ก็ถึงเวลาลงโรงฉายในบ้านเราแล้วครับ แน่นอนว่าด้วยความที่ตัวหนังไตรภาคออกฉายเมื่อนานมาแล้วถึง 14 ปีถ้านับจาก Jurassic Park III หรือถ้านับตามเวลาจริงๆคือ 22 ปีจาก Jurassic Park ที่ออกฉายเมื่อปี 1993 สำหรับเรื่องราวในหนัง Jurassic World บางท่านที่อาจงงๆอยู่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อหรือรีบูตกันแน่ คำตอบคือหนังจะเป็น"ภาคต่อ"ครับ โดยเรื่องราวจะเน้นเชื่อมต่อกับ Jurassic Park ภาคแรกโดยที่บางส่วนอาจจะมีการเชื่อมต่อกับ The Lost World: Jurassic Park หรือ Jurassic Park III แบบกลายๆ บทความนี้ผมจะพาคุณย้อนกลับไปรำลึกเรื่องราวและสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสวนไดโนเสาร์แห่งนี้เพื่ออรรถรสที่ดีก่อนที่จะไปรับชม Jurassic World ในโรงภาพยนตร์สุดสัปดาห์นี้ครับ

     Jurassic World(จูราสสิค เวิลด์) กำกับโดยโคลิน เทรเวอร์โรว์และมีสตีเว่น สปีลเบิร์ก ผู้กำกับผู้ที่ได้สร้างวิสัยทัศน์ให้กับแฟรนไชส์นี้มารับหน้าที่อำนวยการสร้าง นั่นอาจจะเป็นการรับประกันให้คุณอุ่นใจได้ระดับหนึ่งว่าตัวหนังจะได้รับอารมณ์และกลิ่นอายความคลาสสิคจากภาคก่อนอีกทั้งยังผสมกับความสดใหม่ของเทคนิคพิเศษในยุคนี้ที่ล้ำหน้าขึ้นครับ

     ไดโนเสาร์ในเรื่องถูกสร้างขึ้นมาให้มีชีวิตอีกครั้งโดยเทคโนโลยีทางพันธุกรรมของบริษัท International Genetics Incorporated, International Genetic Technologies, The InGen Corporation หรือเรียกสั้นๆว่า InGen(อินเจน) ก่อตั้งโดยจอห์น แฮมมอนด์ วิธีที่พวกเขาสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมาคือการสกัดเอาดีเอ็นเอของไดโนเสาร์จากเลือดในตัวยุงที่ถูกยางไม้ในยุคดึกดำบรรพ์ทำให้เป็นฟอสซิล แต่ดีเอ็นเอที่ได้มาก็ไม่สมบูรณ์ ทำให้ทางนักวิทยาศาสตร์ใช้ดีเอ็นของกบมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไป พวกเขามีการจัดการการสืบพันธุ์ของเหล่าไดโนเสาร์ให้จำกัดเฉพาะในห้องแล็ป ด้วยเหตุนี้ไดโนเสาร์ทุกตัวบนเกาะจึงมีเฉพาะเพศเมียเท่านั้น แต่หนังจะสนุกได้ไงถ้าไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ด้วยความผิดพลาดจากการเอาดีเอ็นเอของกบมาทดแทน ทำให้ไดโนเสาร์บางตัวกลายเป็นเพศผู้และเกิดการสืบพันธุ์กันเองตามธรรมชาติขึ้นด้วยเพราะดีเอ็นเอของกบบางสายพันธุ์ที่นำมาใช้เป็นกบที่สามารถเปลี่ยนเพศตัวเองได้นั่นเอง

     เกาะไดโนเสาร์ที่ใช้เป็นสถานที่ในการดำเนินเรื่องของทุกภาค มี 2 เกาะนะครับ ได้แก่

     เกาะอิสลา นูบลา(Isla Nublar) ชื่อเกาะมีความหมายว่า"เกาะแห่งม่านหมอก" ตัวเกาะตั้งอยู่ห่างจากทางชายฝั่งตะวันตกของคอสตาริก้า 120 ไมล์และห่างจากเกาะอิสลา ซอน่า 87 ไมล์ เกาะแห่งนี้ถูกซื้อโดยอินเจนท์เพื่อใช้สร้างเป็นสวนสนุกไดโนเสาร์ให้คนเข้ามาเที่ยวชม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะนี้จะอยู่ใน Jurassic Park และ Jurassic World

     เกาะอิสลา ซอน่า(Isla Sorna) มีความหมายว่า"เกาะแห่งการเยาะเย้ย"หรือชื่อตามที่คนท้องถิ่นเรียกว่า"ความตายทั้ง 5" โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ของเกาะนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าเกาะอิสลา นูบลามากๆ หลังจากที่อินเจนซื้อเกาะนี้พวกเขาก็ตั้งชื่อโด้ดเนมเรียกเกาะนี้สั้นๆว่า"ไซต์บี"(Site B) จุดประสงค์มีไว้เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลเหล่าไดโนเสาร์รวมทั้งยังเป็นศูนย์วิจัยเพื่อเอาไว้โคลนนิ่งไดโนเสาร์อีกด้วย กระทั่งได้เกิดเหตุการณ์พายุเฮอริเคนถล่มเกาะเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้อพยพออกไปและศูนย์วิจัยทั้งหมดได้ถูกทิ้งร้างเอาไว้ ไดโนเสาร์ที่เหลืออยู่บนเกาะก็ถูกปล่อยให้อยู่กันเองตามธรรมชาติจนเกิดเป็นระบบนิเวศของพวกมันขึ้นมา เหตุการณ์ใน The Lost World: Jurassic Park และ Jurassic Park III เกิดขึ้นที่เกาะแห่งนี้ครับ

     อย่างที่บอกเอาไว้ในตอนต้นว่าไดโนเสาร์ถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัทอินเจน แต่หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นบนเกาะทั้ง 2 เป็นเหตุให้อินเจนประสบกับความตกต่ำจนแทบจะล้มละลาย ก่อนที่จะถูกบริษัทมัสรานีของไซม่อน มัสรานี นายทุนชาวอินเดียเข้าเทคโอเวอร์กิจการและสานต่อโครงการจนกลับมาเปิดสวนสนุกบนเกาะอิสลา นูบลาอีกครั้งหลังจากที่ปิดตัวไปนานถึง 22 ปี

     T-Rex ในหนัง Jurassic World จะเป็น T-Rex ตัวเดียวกับ Jurassic Park ในสภาพที่แก่ตัวลงและเธอเป็นไดโนเสาร์ตัวเมียครับ

     ในภาคนี้มีไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการต่อต่อพันธุกรรมขึ้นมาโดยมนุษย์และได้รับการตั้งชื่อว่า Indominus Rex(อินโดมินัส เร็กซ์)หรือเรียกสั้นๆว่า I-rex โดยชื่อมีความหมายว่า"สุดยอดสัตว์ดุร้ายที่ไม่สามารถควบคุมได้" ในเรื่องเราจะได้เห็นเจ้านี่ยึดครองเกาะทั้งเกาะหลังจากที่มันหลุดออกมา

     มีตัวละครมนุษย์เพียงคนเดียวจาก Jurassic Park ภาคแรกที่จะมาปรากฏตัวใน Jurassic World แต่เดี๋ยวก่อน! คุณอาจจะคาดหวังว่าจะได้เห็นแซม นีล, ลอร์ร่า เดนท์หรือเจฟท์ โกลบลัมมารับเชิญ แต่ท่าทางคุณจะต้องผิดหวังซะแล้วครับ เพราะทางผู้กำกับโคลิน เทรเวอร์โรว์ได้บอกเอาไว้ก่อนหน้าที่จะสร้างหนังเรื่องนี้ว่าตัวละครจากภาคเก่าจะไม่กลับมาหากว่าบทยังไม่แข็งพอ แต่แล้วในที่สุดก็มีตัวละครคนหนึ่งที่ได้กลับมาในภาคนี้ครับ นั่นคือ ดร.วู(บี.ดี. หว่อง) ฟังชื่อแล้วคุณอาจจะงงว่าใครวะ? ในหนัง Jurassic Park เราจะได้เห็นตัวละครตัวนี้ปรากฏตัวในฐานะหัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เหล่าไดโนเสาร์กลับมามีชีวิตและ ณ ตอนนี้ดร.วู ได้กลับมาอีกครั้งในฐานะนักวิทยาศาสตร์ของบริษัทมัสรานีที่เป็นเจ้าของสวนจูราสสิค เวิร์ล

     Jurassic World ใช้เวลาโคตรจะนานถึงทศวรรษในการพัฒนาเรื่องราว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 ระหว่างที่ Jurassic Park 3 กำลังสร้าง ทางสตีเว่น สปีลเบิร์กซึ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างในภาคนั้นยืนยันว่าพวกเขากำลังเตรียมงานสร้างสำหรับภาคที่ 4 เอาไว้แล้ว แต่สุดท้ายทางสปีลเบิร์กยังไม่พอใจบทหนังที่ถูกนำเสนอมาจนโครงการเงียบไป กระทั่งในปี 2008 ทางไมเคิล คริชตันผู้เขียน Jurassic Park ฉบับนิยายได้ถูกเรียกตัวให้มาช่วยพัฒนาบทจนกระทั่งสปีลเบิร์กได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในงานคอมมิค-คอนปี 2011 ว่ามีการเตรียมงานสร้าง Jurassic World ต่อมาในปี 2013 ทางโคลิน เทรเวอร์โรว์ได้เซ็นสัญญานั่งแท่นผู้กำกับและหนังก็ได้ออกฉายวันนี้ในที่สุดครับ

     สตีเว่น สปีลเบิร์กเป็นคนที่ทำให้ Jurassic World ออกมาช้ากว่ากำหนด นั่นด้วยเพราะว่าเขาอยากให้หนังภาคสุดท้ายออกมาเป็นหนังที่ดีที่สุด จากข้อมูลเปิดเผยว่าบทหนังของ Jurassic World ใช้เวลาเขียน 3 อาทิตย์และทางค่ายหนังยูนิเวอร์แซลอยากที่จะเริ่มเปิดกล้องเป็นอย่างมากภายในเดือนมิถุนายน 2013 แต่โชคยังดีที่ทางสปีลเบิร์กมีอิทธิพลกับหนังเรื่องนี้มากถึงขั้นสั่งการให้หยุดงานสร้างเอาไว้จนกว่าบทหนังจะผ่านการตรวจสอบจากเขา หลังจากที่บทได้รับการอนุมัติจากทางสปีลเบิร์ก Jurassic World ก็ได้เริ่มงานสร้างในเดือนเมษายน 2014

     ชื่อของผู้กำกับโคลิน เทรเวอร์โรว์ไม่ได้อยู่ในรายชื่อของผู้เขียนบทหนัง Jurassic World ซึ่งก่อนหน้านี้ทางโคลินและดิเรค คอนนอลลี่ มือเขียนบทคู่หูของเขาได้มีส่วนสำคัญในการปรับปรุงบท ทางยูนิเวอร์แซลได้ส่งบทที่ทั้ง 2 ช่วยกันปรับปรุงถึง 4 ฉบับให้กับทางสมาคมผู้เขียนบทอเมริกาเพื่อรับรองว่าพวกเขาสามารถมีชื่อในเครดิตส่วนของผู้เขียนบทหนัง Jurassic World แต่น่าเสียดายที่ทางสมาคมไม่อนุมัติโดยให้เหตุผลว่าบทนี้ถูกร่างขึ้นมาดั้งเดิมโดยริค จาฟฟาและอะแมนด้า ซิลเวอร์ ทำให้สองสามีภรรยาคู่นี้มีชื่ออยู่ในเครดิตผู้เขียนบทของหนังเรื่องนี้ตรงส่วน"Screenplay"และ"Story By"

     วิสัยทัศน์ของจอห์น แฮมมอนด์ได้ถูกสานต่ออีกครั้งหนึ่งในหนัง Jurassic World ก่อนหน้านี้มีข่าวน่าเศร้าเนื่องจากริชาร์ด แอทเทนบอรอจ นักแสดงผู้รับบทจอห์น แฮมมอนด์ได้เสียชีวิตในอย่างสงบในวัย 90 ปีระหว่างที่หนังเรื่องนี้กำลังอยู่ขั้นตอนงานสร้าง โดยในเรื่องราวของ Jurassic World ตัวละครของจอห์น แฮมมอนด์ก็ได้เสียชีวิตแล้วเช่นกัน เพื่อเป็นการรำลึกถึงริชาร์ด ทางผู้กำกับโคลินก็ได้ใส่รูปปั้นของตัวละครจอนห์น แฮมมอนด์ในหนัง Jurassic World เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้ที่ได้สร้างวิสัยทัศน์ให้กับสวนไดโนเสาร์และ ณ ตอนนนี้ มันได้เปิดทำการอย่างที่เขาวาดฝันเอาไว้แล้ว

     จากทั้งหมดที่ผมนำมาบอกคุณ สิ่งที่อยากจะให้คุณรู้อีกอย่างคือนอกจากความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้แล้วมันยังมีความรู้สึกอีกอย่างที่น่าจะซ่อนอยู่ในความรู้สึกของคุณด้วยใช่หรือปล่าวครับ? บางคนอาจจะเคยมีช่วงเวลาที่พ่อแม่ของคุณจูงมือพาคุณไปดู Jurassic Park ภาค 1 หรือภาค 2 ในโรงภาพยนตร์และตอนนี้คุณอาจจะกลายเป็นพ่อแม่คนที่กำลังวางแผนจะพาบุตรหลานของคุณไปดูหนังเรื่องนี้บ้างอย่างที่พ่อแม่คุณเคยทำ หรือถ้าใครยังไม่มีลูก สุดสัปดาห์นี้คุณก็ลองหาเวลาให้พ่อแม่และลองจูงมือพาท่านเข้าไปดู Jurassic World มันก็น่าจะมีความสุขไม่น้อยเลยใช่หรือปล่าว? จะมีหนังสักกี่เรื่องที่คนรุ่นก่อนกับคนรุ่นนี้สามารถดูได้อย่างสนุกสนานพร้อมกันล่ะครับ

แปลและเรียบเรียงจาก: ComingSoon