Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Star Wars: The Force Awakens

     และแล้วก็ถึงเวลาที่ Star Wars: The Force Awakens ภาพยนตร์ที่คอหนังทั้งโลกต่างกระหายที่จะเข้าไปรับชมถึงกำหนดเวลาลงโรงฉายแล้วครับ ด้วยความที่ผมเป็นแฟนคนหนึ่งของเรื่องราวสงครามอวกาศที่ว่านี้ก็รีบหาเวลาตีตั๋วเข้าไปรับชมและนำความรู้สึกมาเล่าให้คุณได้ฟังกันก่อนที่คุณจะเข้าไปชมหนังเรื่องนี้เช่นกันในช่วงสุดสัปดาห์ ความรู้สึกของผมบอกได้เลยว่าแค่ได้เห็นอินโทรของหนังก็รู้สึกตื้นตันขึ้นมาแล้ว

     หนังเปิดเรื่องมาอย่างด้วยอินโทรที่คลาสสิคก่อนที่จะบอกเล่าเรื่องย่อด้วยตัวหนังสือที่เลื่อนไปแบบเอียงๆ ด้วยการเกริ่นเรื่องราวที่หนังบอกมาผมคิดว่าคงเพียงพอที่จะทำให้คนที่ไม่เคยดูหรือรู้เรื่องราวของสตาร์วอร์สน่าจะรู้สึกบันเทิงไปกับเรื่องราวได้ระดับหนึ่ง แต่หากว่าคุณเป็นแฟนของซีรี่ย์นี้แล้วการเกริ่นเรื่องที่ว่านี้น่าจะทำให้คุณใจเต้นพร้อมทั้งคำถามที่ตามมาในหัวหลายคำถามแน่นอนครับ

      ในช่วงแรกตัวหนังแนะนำให้เรารู้จักคาแรคเตอร์ตัวละครฟินน์และเรย์ พร้อมทั้งดำเนินเรื่องราวที่เป็นประเด็นหลักของได้อย่างลงตัวโดยที่ทำให้เราไม่รู้สึกว่าหนังอืด หนังจะดำเนินเรื่องราวที่เป็นแกนหลักโดยในระหว่างนั้นจะปล่อยตัวละครใหม่และเก่าจากทั้งฝ่ายต่อต้านและฝ่าย First Order มาให้เราได้ทำความรู้จัก(และหายคิดถึงสำหรับแฟนหนังที่รู้จักซีรี่ย์นี้) หนังจะแทรกบรรยากาศและความรู้สึกเก่าๆที่ทำให้เหล่าแฟนๆของสตาร์วอร์สได้กลับไปหวนระลึกถึงเรื่องราวจาก 6 ภาคก่อนหน้าอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งหากว่าคุณเคยดูภาคก่อนหน้ามาก็น่าจะอมยิ้มแน่ๆครับ เมื่อเข้าช่วงกลางเรื่องหนังจะบีบประเด็นให้แคบลงและเผยบางคำตอบของหลายคำถามที่แฟนๆคาใจ ก่อนที่จะเฉลยประเด็นเกือบทุกอย่างในตอนจบโดยมีฉากการต่อสู้สงครามอวกาศและฉากการดวลดาบไลท์เซเบอร์อย่างที่แฟนๆคิดถึง แต่แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้เป็นภาคแรกของปฐมบทไตรภาคใหม่ของ Star Wars นั่นทำให้หนังจบไปด้วยประเด็นที่ยังค้างคาเพื่อที่จะสานต่อเรื่องราวในภาคต่อไป

     สำหรับเรื่องราวโดยรวม จากที่ดูแล้วผมคิดว่าแต่ละฉากในหนังดูจะทำออกมาในแบบที่ทันสมัยขึ้นและมีเรื่องราวที่ดูจะเข้าถึงได้ง่ายสำหรับแฟนหนังที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่สำหรับแฟนที่โตมากับเรื่องราวที่ว่านี้อย่างผม ผมรู้สึกว่ายังมีบางส่วนของเรื่องราวที่ภาคนี้ยังทำได้ไม่ทัดเทียมกับภาคก่อนที่จอร์จ ลูคัสสร้างเอาไว้ มันเป็นความรู้สึกที่ว่า"เสน่ห์"ของหนังบางอย่างมันหายไปยังไงไม่รู้ครับ จุดที่ผมรู้สึกคือเนื้อเรื่องของหนังดูจะเดินตามรอยเท้าเดิมของเรื่องราวภาค 4 จนเกินไป ถ้าหากคุณเป็นแฟนของสตาร์วอร์สจริงๆ จะเห็นได้เลยว่าโครงเรื่องมันค่อนข้างจะคล้ายกับภาค 4-5-6 ที่เอามาปรับใหม่โดยสลับตัวละคร สลับเหตุการณ์หน้าหลัง สลับประเด็นสำคัญ หรือว่าผมคิดมากเกินไปกันนะ?

      อีกจุดหนึ่งคือความบังเอิญครับ จริงอยู่ที่ว่าเรื่องราวในหนังจะมีความบังเอิญบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ผมคิดว่าหนังใช้ความบังเอิญไปค่อนข้างเยอะจนทำให้บางช่วงบางตอนผมรู้สึกว่ามันดูมัดมือชกจนเกินไป เหมือนกับว่าเรื่องราวในส่วนนี้จะไปต่อไม่ได้หากว่าขาดความบังเอิญ แต่ก็นะ ผมจะคิดเอาล่ะกันว่าหนังเรื่องมันหนังสงครามอวกาศที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแถมยังมีการสถิตแห่งพลังมาเกี่ยวข้อง ความบังเอิญก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกอะไรมากมาย

     ในส่วนของฉากแอคชั่น ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวหน้า ภาพที่ออกมานั้นทำได้เจ๋งและอลังการงานสร้างมากครับ รวมไปถึงฉากดวลดาบไลท์เซเบอร์ที่้เป็นหนึ่งในเสน่ห์หลักของซีรี่ย์นี้ ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีและดูโอเคสำหรับการตีความใหม่ในการเผชิญหน้ากันอีกครั้งระหว่างด้านมืดและด้านสว่าง ผมใบ้ให้นิดนึงเรื่องดาบกางเขนของตัวละครไคโร เรนที่แฟนๆต่างก็กังวลว่าด้ามจับมันจะสร้างบัญหาให้ผู้ใช้งาน จากที่ดูแล้วก็มีการออกแบบคิวบู๊ที่ดีและตัวดาบก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับตัวละครนี้ครับ

     ทางด้านของตัวละครที่เป็นตัวละครใหม่อย่างฟินน์และเรย์ ต้องขอชมริดรี่ย์ เดซี่และจอห์น โบเยก้าที่ช่วยกันแสดงบทบาทและทำให้หนังดูสนุกไปกับการผจญไปครั้งใหม่ของตัวละครใหม่ทั้ง 2 คนนี้ครับ อีกด้านคือไคโร เรนที่รับบทโดยอดัม ไดเวอร์ ตัวละครตัวนี้ดูจะเขียนบทออกมาให้เหมือนกับเป็นดาร์ธเวเดอร์แห่งกลุ่ม The First Order แต่คาแรคเตอร์ของตัวละครตัวนี้ดูจะรุนแรงและคลั่งไคล้ในด้านมืดแห่งพลังมากว่าเวเดอร์ เลยทำให้เขาไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่ซึ่งทางอดัมก็สามารถแสดงบทบาทออกมาได้ดีแม้ว่าจะมีหน้ากากปิดอยู่

     ส่วนอีกด้านกับตัวละครเก่าอย่างฮาน โซโล, เจ้าหญิงเลอาที่กลายเป็นนายพลเลอาไปแล้ว รวมไปถึงลุค สกายวอร์คเกอร์และตัวละครจากภาคเก่า ผมไม่ขอพูดถึงอะไรมากครับ แค่ว่าพวกเขาปรากฏตัวออกมา ผมก็อมยิ้มสุดๆแล้วและผมเชื่อนะว่าคุณก็น่าจะอมยิ้มหากได้เห็นพวกเขา

     และนี่คือทั้งหมดทั้งมวลความรู้สึกหลังจากที่ผมได้ดู Star Wars: The Force Awakens จบลงไปครับ การที่ได้เห็นเหล่าตัวละครและเรื่องราวที่เราเติบโตมากลับมาฉายบนจอภาพยนตร์อีกครั้งพร้อมทั้งเรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่เป็นอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ และคาดหวังว่าจะได้เห็นเรื่องราวที่ตื่นเต้นแบบนี้อีกในภาคต่อไป สำหรับแฟนๆของสตาร์วอร์สคงไม่ต้องแนะนำอะไรมากสำหรับการเข้าไปรับชมหนังเรื่องนี้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยดูหรือดูแล้วจำไม่ได้ ผมแนะนำว่าให้คุณหาเวลาย้อนกลับไปดูภาค 1-2-3-4-5-6 ก่อนที่จะมาดูภาคนี้ครับ เพราะผมรู้สึกเสียดายแทนหากว่าคุณเข้าไปดูหนังเรื่องนี้แบบที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยและคุณจะพลาดความรู้สึกหลายๆอย่างที่หนังนำเสนอไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้าหากคุณไม่ซีเรียสอะไรผมก็ไม่ว่ากัน

ขอพลังจงสถิตอยู่กับคุณนะครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง