Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Watchmen

    ย้อนกลับตอนที่หนัง Watchmen เข้าฉาย ด้วยความที่ยุคนั้นมีหนังฮีโร่แอคชั่น-แฟนตาซีอย่าง Spider-Man, X-Men, Superman ทำให้ผมเข้าไม่ถึงเรื่องราวของหนังเรื่องนี้และเปิดดูได้ประมาณ 20 นาทีก็ปิดไปครับ หลังจากนั้นมาผมก็ได้เห็นการกล่าวถึงหนังเรื่องนี้บ้างประปรายไม่ว่าจะเป็นสื่อหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต จนกระทั่งเมื่อวานจู่ๆก็นึกถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเลยออกไปหาเช่าแผ่นมาดู และหลังจากที่ดูจบจึงเข้าใจเลยว่าทำไมในตอนแรกนั้นผมไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาของหนังเรื่องนี้ได้ ด้วยเพราะเนื้อหาค่อนข้างที่จะจริงจัง ดราม่าเข้มเข้นและประเด็นของทุกตัวละครในหนังเยอะมากๆจนทำให้ผมจดจ่ออยู่กับหนังตั้งแต่ต้นจนจบพร้อมกับความคิดที่ตามมาในหัวหลังจากดูจบว่า หนังเรื่องนี้สร้างออกมาเร็วเกินไปครับ

      แต่ก่อนที่จะอธิบายว่าทำไมผมถึงคิดอย่างนั้น ลองมาไล่เรียงเรื่องราวกันแบบย่อๆเสียก่อน Watchmen สร้างจากการ์ตูนคอมมิคในชื่อเดียวกันของดีซีคอมมิคและออกจำหน่ายในช่วงปี 1986-1987 เขียนโดยอลัน มัวร์และเดฟ กิ๊ฟบอนส์ เรื่องราวในหนังจะเริ่มต้นจากการถูกฆาตกรรมของ"เดอะ คอมมิเดี้ยน" หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มฮีโร่"วอชเมน" โดยกลุ่มวอชเมนนั้นเป็นกลุ่มฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรมรุ่นที่ 2 ต่อจากกลุ่ม"มินิทเมน" เพียงแต่ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน กลุ่มวอชเมนถูกยุบเนื่องจากความไม่พอใจของผู้คนเกี่ยวกับการทำตัวเป็นศาลเตี้ยของฮีโร่กลุ่มนี้และทำให้สมาชิกทั้งหมดแยกย้ายกันไป จนกระทั่งการตายของเดอะ คอมมิเดี้ยนทำให้พวกเขาต้องกลับมาพบกันด้วยเพราะมีเบาะแสบ่งชี้ว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังถูกตามเก็บ เรื่องราวต่อจากนี้คนที่ยังไม่ได้ดูก็ลองไปหามาดูกันต่อซะนะครับ

      มาถึงความคิดที่ผมบอกเอาไว้เมื่อตอนนี้ต้นว่าหนังเรื่องนี้สร้างออกมาเร็วเกินไป ที่ผมคิดอย่างนั้นเพราะว่าในยุคที่ Watchmen เข้าฉาย หนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ดูจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของฮอลลีวูดที่ยังไม่มีการสร้างอย่างเป็นจริงเป็นจังอย่างเช่นทุกวันนี้และทำให้ในตอนนั้ผมรู้สึกไม่อินกับหนังเอาเสียเลย แต่พอเอามาเปิดดูในยุคที่หนังซูเปอร์ฮีโร่เฟื่องฟูอย่างในตอนนี้กลับทำให้ผมอินกับเนื้อหาในหนังเอามากๆและรู้สึกสนุกสนานไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ที่บอกว่าสนุกสนานนี่ไม่ใช่หมายถึงฉากแอคชั่นต่อสู้นะครับ แต่เป็นประเด็นที่หนังเอามานำเสนอและมีเยอะเอามากๆเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางการเมืองเกี่ยวกับความขัดแย้งของสหรัฐและโซเวียต ประเด็นของตัวละครทุกตัว ย้ำว่าทุกตัวละคร คุณไม่ต้องกลัวเลยครับว่าตัวละครเยอะจนจำไม่ได้ เพราะหนังให้ความสำคัญกับการปูเรื่องราวและประเด็นของตัวละครทุกตัวและทั้งหมดนั้นจะมาบรรจบกันในช่วงท้ายเรื่องอย่างชาญฉลาด แต่นั่นก็ทำให้ตัวหนังมีความยาวเอามากๆจนอาจจะพาลทำให้บางคนเบื่อไปเสียก่อน

      สิ่งหนึ่งที่จะทำให้หนังเรื่องนี้สนุกสำหรับคุณคือการตั้งใจฟังทุกบทสนทนาของตัวละครและพยายามจำชื่อพวกเขาให้ได้เร็วที่สุดตั้งแต่ตอนต้นเรื่องของหนังครับ เพราะทุกคำพูด ทุกฉาก ทุกการกระทำของตัวละครมีผลกระทบและเชื่อมต่อกันหมดและนั่นทำให้หนังดูสนุก แถมด้วยประเด็นดราม่าของซูเปอร์ฮีโร่จากมุมมองทั้งคนธรรมดาและกลุ่มฮีโร่ด้วยกันน่าจะเข้าถึงพวกคุณที่ตอนนี้ดูหนังฮีโร่กันมาเยอะแล้ว นี่แหละครับผมถึงได้บอกว่าหนังมันสร้างมาฉายเร็วเกินไป

     อรรถรสอีกอย่างหนึ่งที่หนังมีให้คุณคือประเด็นของการสืบสวนครับ ตลอดทั้งเรื่องหนังจะทิ้งปริศนาเอาไว้ให้เราคิดตามว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการไล่ฆ่าเหล่าวอชเมนและใช้ตัวละคร"รอแชค"(คนที่ใส่หน้ากากขาวดำ)เป็นตัวที่ทำหน้าที่ดำเนินเรื่องให้คนดูร่วมสืบสวนผ่านมุมมองของตัวละครตัวนี้ บทพูดของรอแชคมีส่วนสำคัญมากจนที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวและมีหลายครั้งที่ตัวละครนี้ดูแย่งซีนจนบางครั้งผมมองว่าเขาคือพระเอกของเรื่องแบบกลายๆได้เลยนะ ยิ่งในช่วงท้ายเรื่องนี่ของบอกเลยว่าพีคเอามากๆ

     และทั้งหมดนี้ผมคิดว่า Watchmen ไม่ใช่หนังซูเปอร์ฮีโร่แนวแฟนตาซีวีรบุรุษ หากแต่เป็นเรื่องราวของกลุ่มคนพิเศษที่อยากจะช่วยเหลือคนอื่นมาอยู่รวมกันและมีความคิดที่แตกต่างกันจนเกิดเรื่องราวในหนังขึ้นมา พวกเขาก็มีความนึกคิดของตัวเองและยึดมั่นเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นการผลักดันถึงการกระทำต่างๆในเรื่อง ใครที่เป็นคอหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่แต่เบื่อกับความเป็นวีรบุรุษแล้วล่ะก็ Watchmen คือคำตอบสุดท้ายที่คุณจะต้องหามาดูครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง