Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Batman V Superman: Dawns of Justice

     สุดสัปดาห์นี้หนัง Batman V Superman: Dawns of Justice ต้องเป็นเป้าหมายของใครหลายๆคนแน่นอนครับ แต่ก่อนหน้านั้นดันเกิดกระแสจากเว็บต่างประเทศและนักวิจารณ์ที่มีความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจนหลังจากการออกฉายระบบปฐมทัศน์รวมไปถึงในบ้านเราเช่นกัน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าหนังดีมากๆในขณะที่อีกฝ่ายกลับบอกว่าหนังห่วยซะงั้นและเป็นกระแสจนผู้ชมทั่วไปเริ่มที่จะลังเลกับหนังเรื่องนี้ ส่วนตัวผมก็เริ่มลังเลเช่นกันจนต้องรีบหาเวลาว่างไปดูมาเมื่อคืน ความรู้สึกหลังจากดูจบโดยรวมผมว่าผมโอเคนะ แต่ไม่ทั้งหมด มันเป็นความรู้สึกสับสนจะว่าดีก็ดีไม่สุด จะว่าแย่ก็รู้ก็แว๊บๆขึ้นมา ผมไม่สามารถฟันธงให้คุณทราบได้ แต่ลองมาอ่านความรู้สึกของผมและตัดสินจากความรู้สึกของคุณกันดูครับ

     มาเล่าเรื่องย่อกันสักนิดก่อน Batman V Superman: Dawns of Justice กล่าวถึง 18 เดือนหลังจากเหตุการณ์การต่อสู้ของซูเปอร์แมนและนายพลซอต ความพินาศย่อยยับเกิดขึ้นพร้อมกับความสูญเสียชีวิตไปนับพันรวมไปถึงอีกเป็นหมื่นเป็นแสนสำหรับคนที่เศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้น หนึ่งในนั้นคือบรูซ เวย์น มหาเศรษฐีวัยดึกที่สูญเสียพนักงานทั้งบริษัทไปต่อหน้าต่อ จนตัวเขาเองเกิดความรู้สึกโกรธแค้นซูเปอร์แมนอย่างที่สุดที่เจ้าต่างดาวคนนี้นำสงครามมาสู่โลกมนุษย์และตัดสินใจนำตัวตนอีกด้านของเขานามว่าแบทแมนมาสืบหาวิธีการที่จะกำจัดซูเปอร์แมน อีกด้านหนึ่งซูเปอร์แมนหรือคลาร์ก เคนท์ก็ยังคงใช้ชีวิตปกติในการเป็นนักข่าวและชีวิตอีกด้านในการช่วยเหลือผู้คนด้วยการยึดมั่นแต่ความดีเท่านั้นโดยไม่สนเสียงวิพากย์วิจารณ์ของมนุษย์ นั่นทำให้ทั่วโลกเกิดการตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของบุตรแห่งคริปตันคนนี้พร้อมกับการปรากฏตัวของเล็กซ์ ลูเธอร์ ชายหนุ่มผู้มีดีกรีเป็นถึงซีอีโอของบริษัทเล็กซ์คอร์ปที่ออกมาประกาศตัวว่าบริษัทของเขามีแผนที่จะช่วย"ป้องกัน"ภัยหากว่าเกิดเหตุการณ์แบบเมืองเมโทรโพลิสอีก แต่เล็กซ์กลับซ่อนเป้าหมายบางอย่างไว้เบื้องหลัง เป้าหมายที่แท้จริงที่ยากจะคาดเดาได้ท่ามกลางการต่อสู้อย่างดุเดือดของซูเปอร์แมนและแบทแมน

     ขอกล่าวในส่วนของนักแสดงก่อนครับ ต้องขอชมเลยว่านักแสดงทุกคนเล่นได้สมบทบาทและอยู่ในระดับที่โอเค เฮนรี่ คาร์วิลก็ยังคงรับบทเป็นซูเปอร์แมนได้ดีเช่นเดิม เบน แอฟเฟล็คก็รับบทเป็นแบทแมนที่มีอายุได้ดูสมศักดิ์ศรีและดูไม่ทำให้ตัวละครแบทแมนมัวหมอง แต่ส่วนตัวผมกลับชอบการแสดงของเจซซี่ ไอเซนเบิร์กในบทเล็กซ์ ลูเธอร์ครับ ชื่นชมเลยว่าที่เล่นเป็นตัวร้ายจิตได้สุดยอดจริงๆรวมไปถึงบทที่ช่วยส่งตัวละครตัวนี้ด้วย ส่วนทางด้านนักแสดงสมทบทุกคนก็ยังทำหน้าที่ได้ดี แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรเท่าไรกับเนื้อเรื่องยกเว้นอัลเฟรดที่รับบทโดยเจเรมี่ ไอรอนส์ ถึงบทบาทจะไม่มาก แต่การแสดงเป็นอัลเฟรดของเขาในเวอร์ชั่นนี้ก็ยังคงช่วยให้ตัวละครแบทแมนหรือบรูซ เวย์นดูมีมิติได้ดีไม่ด้อยไปกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้าครับ

      ขอให้เข้าใจครับว่าที่พูดมาข้างต้นทั้งหมดนั้นคือชม"ความสามารถ"ของนักแสดง ผมขอมาพูดถึงบทหนังบ้าง เนื้อเรื่องในช่วงแรกถือว่าทำออกมาได้ดีในการเกริ่นเรื่องราวและทำให้เรารู้จักตัวละครบรูซ เวย์น ตัวหนังทำได้ดีในการบอกเล่าความเจ็บปวดของบรูซที่ต้องเห็นพ่อแม่เสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาก่อนที่จะเปลี่ยนตัวเองมาเป็นแบทแมน จากนั้นหนังจะนำคุณกลับมาสู่ช่วงเวลาปัจจุบันและทำให้คุณรู้เหตุผลว่าทำไมแบทแมนถึงแค้นซูเปอร์แมน ซึ่งถ้าหากคุณเพิ่งจะดูหนัง Man of Steel จบมาหมาดๆจะได้อรรถรสมาก แต่พอเลยช่วงนั้นไป หนังจะเริ่มปูเรื่องราวและจุดนี้แหละที่ผมจะบอกว่าหนังทำพลาดอย่างน่าเสียดาย!

     ส่วนตัวผมคิดว่าหนังทำมาเพื่อแฟนๆของดีซีคอมมิคมากเกินไปครับ เพราะว่าหนังใช้เวลาปูเรื่องราวค่อนข้างเยอะมากๆ มากจนผมรู้สึกได้เลยว่าคนดูเริ่มเบื่อ ตัวหนังจะแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ส่วนและตัดสลับกันไปมาระหว่างแบทแมน, ซูเปอร์แมนและเล็กซ์ ลูเธอร์และทั้งหมดจะมาขมวดรวมกันทีเดียวในตอนท้ายซึ่งผมว่าก็อยู่ในระดับที่รับได้ เพียงแต่ว่าหนังดูเหมือนจะไม่ค่อยเอาใจคนดูเพราะกว่าจะมีฉากแอคชั่นที่ให้ทำหนังรู้สึกสนุกก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งเรื่องแล้ว จะมาดีขึ้นหน่อยก็ช่วงท้ายเรื่องที่ทุกอย่างได้รับการเฉลยและปล่อยฉากแอคชั่นแบบจัดเต็มซึ่งก็ยังสนุกและตื่นเต้นตามแบบฉบับหนังฮีโร่ดีซี แต่หนังมาพลาดตรงฉากจบอีกรอบซะงั้น ซึ่งผมคิดเลยว่าถ้าหนังอยากจะทำ"แบบนั้นจริงๆ"ก็ต้องทำไปเลยสิ กล้าๆหน่อย แต่หนังกลับลำเอาซะตอนจบ อีกทั้งการตัดต่อก็ดูไม่ค่อยประติดประต่อสักเท่าไรจนผมเริ่มงงๆ

     อีกด้านคือหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังเรื่องแรกที่ปูทางไปสู่เรื่องราวของหนังรวมฮีโร่ดีซี The Justice League Part One นั่นทำให้หนังมีการใส่ฉากเกริ่นถึงฮีโร่คนอื่นที่จะมีหนังฉายเดี่ยวของตัวเองในเรื่องต่อไป ถามว่าตื่นเต้นไม๊ที่ได้เห็น ตื่นเต้นครับ แต่ผมว่าการใส่ฉากเหล่านั้นเข้ามามันดูเบรคๆอารมณ์ยังไงไม่รู้ หรือว่าผมรู้สึกไปเองคนเดียว

     จากทั้งหมดที่ว่ามา Batman V Superman: Dawns of Justice ก็ไม่ได้เป็นหนังที่แย่ แต่ผมคิดว่าหนังน่าจะทำได้ดีกว่านั้น ผมพอจะเข้าใจนะว่าคนดูหนังเรื่องนี้แล้วบอกว่าหนังไม่สนุก นั่นอาจะเพราะพวกเขาอยากเห็นความขัดแย้งของแบทแมนและซูเปอร์แมนตามชื่อเรื่อง แต่พอได้มาดูหนังจริงๆกลับมาเจอเรื่องราวยิบย่อยเกริ่นโน่นนี่จนทำให้เสียอรรถรสไปแทนที่จะได้เห็นแบทซัดกับซุปอย่างถึงพริกถึงขิงแบบที่จริงจังกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความเห็นของผมครับ ใครจะบอกอะไรอย่าไปสนใจมาก เงินคุณ เวลาของคุณ อยากดู ไปดูเลย แค่ได้เห็นเกล กาดอทในชุดวอนเดอร์วูแมนตอนล้มก็ถือว่าคุ้มแระ 555+

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง