Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
The Legend of Tarzan

     เมื่อเอ่ยถึงชื่อทาร์ซาน คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อนี้ครับ ด้วยภาพจำของชายหนุ่มที่เติบโตมาในป่าท่ามกลางฝูงกอริลลา ร่างกายกำยำนุ่งผ้าเตี่ยวห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วป่าพร้อมทั้งเสียงตะโกนที่เป็นเอกลักษณ์(และผมเชื่อนะว่าต้องมีคนจำสลับกับเมาคลีที่เป็นลูกหมาป่า) ส่วนใหญ่แล้วนักดูหนังในบ้านเราคงจะรู้จักเรื่องราวของเขาแบบเต็มๆจากการ์ตูนเอนิเมชั่นของดิสนี่ย์ที่ออกฉายเมื่อตอนปี 2542 ซึ่งในการ์ตูนเรื่องนั้นสามารถสร้างเรื่องราวเอาไว้ได้ดีมากและยังสร้างความประทับใจให้กับผมมาจนถึงทุกวันนี้ครับ และล่าสุดกับหนัง The Legend of Tarzan ที่เข้าฉายอาทิตย์นี้ นี่คือเรื่องราวบทใหม่ที่ผมคิดว่าเป็นอีกด้านหนึ่งของทาร์ซานที่ต่างออกไปในภาพจำของเราครับ

     จากที่บอกไปว่าทาร์ซานเป็นเรื่องราวการผจญภัยของชายหนุ่มที่โตมาในป่า แต่ในหนังเรื่องนี้นั้นจะเป็นเรื่องราว 8 ปีหลังจากที่ทาร์ซานได้พบรักกับเจนและทั้งสองได้ครองรักกันเป็นสามีภรรยาอย่างมีความสุขและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอน ทาร์ซานได้ปรับตัวให้เข้ากับสังคมมนุษย์และเปลี่ยนชื่อตัวเองใหม่พร้อมทั้งชั้นยศเป็นลอร์ด จอห์น เกร์ยสโตกที่ 3 ตามชาติกำเนิดที่เป็นมนุษย์ของเขา กระทั่งวันหนึ่งด้วยเหตุผลทางการเมืองทำให้เขาต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนสมคบคิดระดับประเทศและกลายเป็นหมากตัวหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ อีกทั้งยังทำให้เจน ภรรยาของเขาต้องตกอยู่ในอันตราย และนำพาเขากลับสู่ป่าที่เขาเคยเติบโตมาเพื่อช่วยเหลือคนรักและขัดขวางแผนสมคบคิดอันชั่วร้ายในครั้งนี้

     ตัวหนังค่อนข้างดำเนินเรื่องราวแบบเอื่อยๆเพื่อปูเรื่องราวและให้คนดูรู้จักตัวละครในเรื่อง ระหว่างนั้นหนังจะมีการตัดสลับเรื่องราวในอดีตให้เราได้รู้ว่าทาร์ซานเติบโตมาอย่างไร พร้อมทั้งปมประเด็นที่เกิดขึ้นในอดีตและตามมามีผลในปัจจุบัน อีกด้านจะนำเสนอประเด็นของทางฝั่งตัวร้ายให้เราได้รู้แผนการณ์ของพวกเขาก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะมาเจอกันในช่วงกลางเรื่องและตามมาด้วยฉากแอคชั่นผจญภัยไปจนถึงตอนจบ แต่ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไรหวือหวาหรือน่าลุุ้นตามกันสักเท่าไรครับ

     ยิ่งในช่วงกลางเรื่องที่เริ่มเข้าสู่ประเด็นสำคัญ ผมรู้สึกว่าเรื่องราวมันเดินเป็นเส้นตรงเกินไปโดยไม่มีอะไรหักมุมหรือพลิกแพลง ทุกอย่างดูเดาทางง่ายตามสไตล์หนังพระเอกบู๊ไปช่วยนางเอก แต่ถึงอย่างนั้นแล้วหนังกลับมีความโดดเด่นในบทของตัวประกอบที่รับบทโดยแซมมวล แอล แจ็คสันและตัวร้ายที่รับบทโดยคริสตอฟ วอลซ์ ความรู้สึกผมคือว่าถ้าไม่มีนักแสดงระดับมือเก๋าสองคนนี้ เรื่องราวน่าจะลดความน่าสนใจลงไปอีก ต้องขอชมการแสดงของทั้งสองที่ช่วยประคองหนังเอาไว้และช่วยส่งให้ตัวละครหลักอย่างทาร์ซานและเจนมีมิติมากขึ้นครับ แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าหนังจะใช้ดาราทั้งสองได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพสักเท่าไร

    ในส่วนของฉากแอคชั่น โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ดีและก็ไม่ได้แย่อะไรครับ สามารถดูได้เพลินๆไปจนจบเรื่อง มีฉากห้อยโหนให้เห็นบ้างประปราย ซึ่งผมคิดว่ามันควรจะมีเยอะกว่านี้นะ เพราะมันเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครทาร์ซานที่ต้องห้อยโหนเถาวัลย์หรือเชือกอะไรทำนองนี้ แต่หนังกลับเน้นไปที่ฉากเตะต่อยที่ใส่เข้ามาพอให้หนังมีความเป็นแอคชั่นขึ้นมาบ้างและสร้างความบันเทิงได้พอสมควร

     จากที่ว่ามา The Legend of Tarzan เป็นหนังแอคชั่นผจญภัยที่ดูได้เพลินๆ เนื้อเรื่องไม่ได้พลิกแพลงหวือหวาอะไร ดูจบแล้วก็จบกันไป ใครที่ว่างๆแล้วอยากดูหนังบันเทิงๆสักเรื่องวันหยุดนี้ หนังเรื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่โอเคครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง