Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Train to Busan

     ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยเป็นแฟนหนังโซนเอเชียสักเท่าไรครับ ไม่ใช่ว่าแอนตี้หรือไม่ชอบแต่อยากใด แต่ส่วนใหญ่แล้วจะติดตามข่าวสารหนักไปทางหนังฮอลลีวูดมากกว่า นั่นทำให้การดูหนังโซนเอเชียส่วนใหญ่ของผมเป็นเกิดจากคนรอบตัวบอกต่อๆกันมาว่าเป็นหนังดีอย่างนั้นอย่างนี้เลยตัดสินใจดู และสำหรับหนังเกาหลีแล้วก็ต้องย้อนกลับไปช่วงปี 2004 กับหนัง Taegukgi ที่เป็นหนังเกาหลีประทับใจผมมาตลอด และดูเหมือนว่าปีนี้หนังเกาหลีจะทำให้ผมประทับใจได้อีกเรื่องกับ Train to Busan

     Train to Busan เปิดเรื่องราวมาด้วยประเด็นการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่ทำให้สิ่งมีชีวิตกลายเป็นผีดิบ ก่อนที่จะพาเรามารู้จักกับ ซอกวู ผู้อำนวยการกองทุนในกรุงโซลที่ดูเหมือนว่าจะมีวิกฤติในชีวิตไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัว เขาใช้ชีวิตอยู่แต่กับงานจนเกิดปัญหาครอบครัวและอยู่ในช่วงเตรียมจะหย่ากับภรรยา อีกทั้งความห่างเหินในการเลี้ยงดูลูกสาว ซูอา ด้วยเพราะว่าเขามัวแต่ทำงานและใช้เงินเลี้ยงลูกมากกว่าจะมีเวลาให้กับเธอ นั่นทำให้ซูอาตัดสินใจรบเร้าจะไปหาแม่ที่ปูซานจนซอกวูต้องตามไปส่งด้วยขบวนรถ KTX จากกรุงโซลมุ่งหน้าสู่เมืองปูซาน และการขึ้นรถไฟขบวนนี้เองที่ทำให้พวกเขาสองพ่อลูกได้พบเจอกับความน่ากลัวที่กระโดดตามขึ้นรถไฟขบวนนี้มาด้วย

     เนื้อเรื่องของหนังออกแนวเป็นเส้นตรงไม่มีการตัดสลับไปมาให้เราต้องย้อนคิดตามเท่าไร ในช่วงแรกของหนังจะเกริ่นให้เราได้ทำความรู้จักเหล่าตัวละครหลักและประเด็นความสัมพันธ์ของพวกเขาก่อนที่ขบวนรถจะเริ่มออก เมื่อขบวนรถเริ่มออกหนังก็เริ่มตัดเข้าประเด็นการแพร่ระบาดแบบไม่เวิ่นเว้อและตลอดทั้งเรื่องก็ทำให้เรารู้สึกระทึกและลุ้นตามตลอด ผมว่าหนังเรื่องนี้เอาจุดเด่นของหนังซอมบี้ฮอลลีวูดมาใส่เอาไว้หลายเรื่องนะ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อกันได้รวดเร็วและซอมบี้วิ่งแบบบ้าคลั่งเหมือนในหนัง 28 Days/ Weeks Later การวิ่งตะกุยตะกายกันเหมือนใน World War Z และเอาประเด็นดราม่าทางฝั่งหนังโซนเอเชียรวมเข้าไป ผลก็คือหนังสามารถทำทุกอย่างได้ออกมาในระดับที่ดีและเข้ากันได้เกือบจะลงตัว แม้ว่าจะมีบางจุดที่หนังดูไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ในขั้นที่พอรับได้ไม่ถึงกับทำให้หนังกร่อย

     นอกจากพล็อตเรื่องแอคชั่นซอมบี้ที่น่าจะถูกปากคนไทยแล้ว สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้สนุกยิ่งขึ้นคือตัวละครครับ ผมไม่รู้จักเหล่าดาราที่มาเล่นหนังเรื่องนี้หรอก แต่ทุกตัวละครทุกคาแรคเตอร์ทำหน้าที่ตัวเองได้ดีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตัวละครหลักและตัวละครรอง หนังจะให้เราได้เห็นพัฒนาการของพวกเขาทุกคนและทำให้เรารู้สึกอินจนเอาใจช่วยพวกเขาไปตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งยังมีการใส่ประเด็นดราม่าเกี่ยวกับความเห็นแก่ตัวของมนุษย์เข้ามา คือพล็อตเรื่องแนวๆนี้เราก็ได้เห็นกันมาเยอะทางฝั่งฮอลลีวูด แต่พอเอามาใส่ไว้ในหนังเรื่องนี้ ผมรู้สึกมันดูบีบคั้นและน่าหมั่นไส้จนต้องลุ้นตามจริงๆนะ เพราะหน้าตาของคนเกาหลีเค้าเล่นได้ถึงจริงๆ

      ในส่วนของตัวซอมบี้ในหนังเรื่องนี้ผมว่าออกแนวคล้ายกับซอมบี้ใน Word War Z นะ คือไม่เน้นให้เห็นฉากชวนแหวะควักไส้ถลกหนังมากินให้เห็นกันจะจะ แต่จะเน้นไปที่การกัดแบบโหดและเน้นความน่ากลัวยามที่วิ่งไปกรีดร้องไปให้เรารู้สึกตื่นเต้นและน่ากลัวมากกว่าจะเป็นความน่ากลัวที่ได้เห็นฉากแหวะเหมือนในหนังซอมบี้เรื่องอื่น อีกทั้งตัวนักแสดงที่เล่นเป็นซอมบี้ก็เล่นได้ถึงนะ โดยเฉพาะฉากทำตัวบิดๆเบี้ยวๆนี่ ทำออกมาได้น่าสะพรึงมาก โดยรวมแล้วคนที่ไม่ชอบฉากแหวะแนวซอมบี้ น่าจะรับได้กับการดูซอมบี้ในหนังเรื่องนี้ครับ

    ในส่วนของข้อเสีย ผมยังไม่รู้สึกว่าหนังมีข้อเสียอะไรนะ แต่บางสิ่งที่หนังเรื่องนี้นำเสนออาจจะทำให้บางคนมองเป็นข้อเสียคือ หนังทำออกมาได้เน้นความเป็นจริง ไม่เน้นการดำเนินเรื่องราวแบบสวยหรู ผมบอกแค่นี้แหละ ถ้าบอกมากกว่านี้จะเป็นสปอยด์ไป เอาเป็นว่าผมแนะนำให้คุณไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงสุดสัปดาห์นี้นะ เท่าที่ดูหนังใหม่ที่เข้าอาทิตย์นี้ยังไม่มีแนวเรื่องเดียวกัน Train to Busan ก็เป็นหนังที่ดีสำหรับคนที่อยากเสพความแอคชั่น ดราม่า ซอมบี้ครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง