Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Alien: Covenant

      ก่อนจะเข้าสู่ความเห็นของผม ขอชี้แจงก่อนเลยครับว่าผมไปดูหนังเรื่องนี้แบบ"ตั้งแง่" ด้วยการเอาประเด็นที่รู้สึกค้างคาจากภาคแรกเข้าไปดูหนังเรื่องนี้เพื่อหวังจะได้รับคำตอบ แต่หลังจากดูจบแล้ว ความเห็นของผมค่อนข้างจะเทไปทางเซ็งๆมากกว่า อาจจะไม่ถูกจริตบางท่านก็ขออภัยไว้ก่อนครับ

     ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 หนัง Prometheus ได้ออกฉายสู่สายตาของพวกเรา ด้วยการกลับมานั่งเก้าอี้ผู้กำกับของริดลี่ย์ สก็อตต์ ซึ่งเป็นผู้ที่ให้กำเนิดหนัง Alien ภาคแรกและการนำเสนอเรื่องราวว่าด้วยการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของสายพันธุ์ซีโนมอร์ฟ ทำให้ตอนนั้นเกิดกระแสหนังจบอารมณ์ไม่จบในบ้านเราครับ มีการตั้งกระทู้พูดคุยกันตามเว็บต่างๆ(โดยเฉพาะพันทิพ) นั่นเพราะหนังได้เปลี่ยนแนวทางจากหนังสยองขวัญสัตว์ประหลาด มาเป็นหนังสยองขวัญดราม่าที่หยิบเอาประเด็นนอกเหนือจากตัวสัตว์ประหลาดเอเลี่ยนมาขยายความ พร้อมกับการตั้งคำถามให้คนดูสงสัยตามและสามารถทำได้ดีเสียด้วยจนเกิดกระแสที่ว่าหลังจากที่หนังจบไปครับ


     กระทั่งในที่สุดหลังจากที่รอคอยกันมานานราว 5 ปี ณ ตอนนี้หนังภาคต่อที่ชื่อว่า Alien: Covenant ก็เข้าฉายในบ้านเราในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เรื่องราวในหนังจะเกิดขึ้น 10 ปีหลังจากภาคแรกโดยกล่าวถึงกลุ่มตัวละครใหม่ที่เป็นลูกเรือของยานโคเวแนนท์ ยานอวกาศขนาดยักษ์ที่มีภารกิจในการเดินทางไปยังดาวนอกระบบเพื่อตั้งอาณานิคมใหม่สำหรับมนุษย์ แต่ด้วยเหตุบางประการทำให้พวกเขาได้ค้นพบดาวนอกสำรวจที่มีคุณสมบัติเหมือนหรืออาจจะดีกว่าดาวที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป ด้วยระยะทางที่ใกล้กว่าทำให้พวกเขาตัดสินในเดินทางไปสำรวจที่นั่น โดยหารู้ไม่ว่าความหายนะกำลังรอพวกเขาอยู่

     ช่วงแรกจนถึงกลางเรื่องผมว่าหนังค่อนข้างดำเนินเรื่องได้เรื่อยๆนะ มีตื่นเต้นสลับดราม่า มีเปิดประเด็นให้ติดตามบวกฉากน่าเบื่อที่พอมีบ้าง แต่ที่รู้สึกแปลกๆหน่อยก็ตรงที่ว่าหนังไม่ค่อยแนะนำตัวละครบทรองๆให้ได้รู้จักสักเท่าไรและยังไม่ทันที่ผมจะจำพวกเขาได้ก็ดันโดนไปซะแล้ว เลยทำให้ไม่ค่อยอินจนเอาใจช่วยตัวละครพวกนี้สักเท่าไร ยิ่งถ้าคุณเป็นคนดูหนังเอเลี่ยนมาทุกภาคแล้วด้วยล่ะก็ น่าจะเดาได้เลยว่าชะตากรรมแต่ละคนจะลงเอยยังไง และที่ผมรู้สึกแปลกๆคือฉากการฆ่าของเอเลี่ยน คือลองนึกภาพเก่าๆของเอเลี่ยนตามนะครับ เวลามันจะสังหารเหยื่อ ซึ่งเราก็รู้แหละว่าตัวละครนี้จะต้องตายแน่ๆ หนังจะมีการปูทางเพื่อสร้างอารมรณ์ร่วมกับคนดู ตัวละครมีอารมณ์หวาดกลัว ความไม่ไว้วางใจ ความระแวง ฉากมันจะสร้างอารมณ์ให้เรารู้สึกตามเหยื่อและ ตูม! เหยื่อตาย สยองกันไป แต่เอเลี่ยนในหนังเรื่องนี้เหมือนเครื่องจักรสังหาร โผล่ออกมา ไล่ฆ่า ฆ่าเสร็จ จบ แยกย้าย ไปฆ่าคนอื่นต่อ ฉะนั้นหากคุณอยากได้อารมณ์สยองขวัญของเอเลี่ยนแบบในฉบับเก่า ผมรู้สึกว่าไม่น่าจะมีในหนังเรื่องนี้นะ

     และที่เจ็บปวดที่สุดจากคนที่ดู Prometheus มากกว่า 3 รอบอย่างผมและเป็นแฟนของหนังเอเลี่ยนคือ หนังทิ้งประเด็นเกี่ยวกับ"ผู้สร้าง"ไปเลยครับ จากที่ Prometheus ทิ้งประเด็นเอาไว้เกี่ยวกับการที่"ผู้สร้าง"สร้างมนุษย์ขึ้นมาและเหตุใดจึงต้องการที่จะทำลาย จุดนี้แหละที่ผมติดใจมาตั้งแต่ครั้งนั้น แต่ในภาคนี้ไม่มีการกล่าวถึงอะไรเลย แถมเรื่องราวของผู้สร้างก็ดูจะไม่ได้รับการบอกเล่าอะไรมากมายในภาคนี้และคงไม่ได้รับการพูดถึงอะไรอีกต่อไปแล้ว หากคุณติดใจประเด็นนี้เหมือนผม น่าจะรู้สึกเซ็งครับ

     พิมพ์ๆมา มีแต่บ่นทั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าผมตั้งความหวังที่จะได้รับคำตอบจากประเด็นที่ค้างคาในหนัง Prometheus มากเกินไปจนทำให้ดูหนังภาคนี้แบบตั้งแง่อย่างที่บอกไปข้างต้นครับ ซึ่งหากมาลองมองดีๆตามตรรกะ เรื่องราวในภาคนี้เป็นกลุ่มตัวละครที่มีเป้าหมายต่างจากกลุ่มตัวละครในภาคแรก ครั้นจะให้กลุ่มตัวละครในภาคนี้มาหาคำตอบที่ค้างคาก็คงไม่น่าจะใช่(แอบเสียดายนิดๆ) แต่หากมองในแง่ของการให้ความบันเทิงล่ะก็ โดยรวมแล้วหนังสามารถทำได้ดีในระดับหนึ่งและน่าจะทำให้แฟนๆของเอเลี่ยนได้หายคิดถึง แต่สำหรับแฟน Prometheus อย่างผมถือว่าค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย ยิ่งพอได้รู้ถึงเรื่องราวของ ดร.ชอว์ นางเอกจากภาคแรก ถึงกับร้อง โถ่ววว ในใจเบาๆ เอาเป็นว่าเพื่ออรรถรสที่ดี แนะนำให้ไปดู Prometheus มาก่อนเพื่อความต่อเนื่อง บวกกับหนังสั้นเปิดเรื่อง The Crossing และ The Last Supper น่าจะทำให้เข้าใจหนังเรื่องนี้มากขึ้น  หากว่าคุณเป็นแฟนของหนังเอเลี่ยนฉบับเก่าและอยากจะสัมผัสอารมณ์คลาสสิคของเอเลี่ยน หนังเรื่องนี้ก็พอจะมีกลิ่นอายของอารมณ์ที่ว่าแต่คุณน่าจะเดาทางได้หมดครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง