Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Spider-Man: Homecoming

    ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว(2002) Spider-Man ฉบับแรกบนจอภาพยนตร์ได้ออกฉายสู่สายตาคนทั้งโลกภายใต้การสร้างของโซนี่ย์ นำแสดงโดยโทบี้ แม็คไกวร์ และกำกับโดยแซม ไรมี่ย์ ตัวหนังประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งด้านรายได้และเสียงวิจารณ์ ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมี Spider-Man 2 ตามมาในปี 2004 ตัวหนังก็ยังทำได้ยอดเยี่ยม(กว่าเดิม)ทั้งด้านเสียงวิจารณ์และรายได้ ก่อนที่จะมาแป้กและปิดฉากไอ้แมงมุมเวอร์ชั่นแรกไปกับ Spider-Man 3 เมื่อปี 2007 ส่วนสาเหตุที่แป้กก็คงไม่ต้องตอกย้ำอะไรมากมาย เพราะผมเชื่อว่าพวกคุณน่าจะทราบกันอยู่แล้วครับ

     หลังจากนั้นก็มีข่าวการสร้างภาค 4 อยู่เนืองๆ แต่ด้วยความผิดพลาดจากภาค 3 ทำให้ผู้กำกับแซม ไรมี่ย์ตัดสินใจไม่กลับมาทำต่อ ส่งผลให้เหล่านักแสดงพากันหันหลังให้แฟรนไชส์นี้ยกชุดจนโซนี่ย์จำเป็นต้องรีบูตเรื่องราวของไอ้แมงมุมใหม่ทั้งหมดและสร้าง The Amazing Spider- Man ออกฉายในปี 2012 เพราะถ้าโซนี่ย์ไม่ดำเนินการสร้างหนังภาคใหม่ภายใน 5 ปีหลังนับจากหนังไอ้แมงมุมเรื่องล่าสุด ลิขสิทธิ์จะถูกโอนกลับไปทางมาร์เวลโดยอัตโนมัติ ซึ่งตอนนั้นมาร์เวลก็มีสตูดิโอสร้างหนังเป็นของตัวเองแล้ว แถมทางฝั่งนั้นก็สร้างจักรวาลหนังมาร์เวลโด่งดังกันเป็นพลุแตกโกยรายได้กันไป ทางโซนี่ย์ก็พยายามใช้สิทธิ์ของไอ้แมงมุมที่ตัวเองมีให้เป็นประโยชน์มากที่สุดและปล่อย The Amazing Spider-Man 2  ออกฉายในปี 2014 แต่ตัวหนังดูจะไม่ได้รับการตอบรับดีเท่าที่ควรทางด้านรายได้ เพราะดูเหมือนว่ากระแสของฮีโร่จอมชักใยคนนี้ดูด้อยลงไปจนโดนรัศมีจักรวาลหนังมาร์เวลกลบไป จนในที่สุด โซนี่ย์ก็ต้องยอมปล่อยให้ไอ้แมงมุมได้กลับไปเล่นที่บ้าน ทว่าภายใต้ข้อสัญญาที่มีการตกลงร่วมกัน และเราก็ได้เห็นเขาเปิดตัวครั้งแรกในจักรวาลหนังมาร์เวลกับ Captain America: Civil War

     ที่เกริ่นมายาวถึง 2 ย่อหน้า ผมแค่อยากให้คุณได้รับรู้ถึงการเดินทางและความยากลำบากที่ยาวนานของไอ้แมงมุมกว่าเขาจะได้เข้ามาโลดแล่นบนจักรวาลหนังมาร์เวลครับ และในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลงเสียทีสำหรับคนที่อยากจะเห็นเรื่องราวของเขาในจักรวาลหนังมาร์เวลกับ Spider-Man: Homecoming ที่มีกำหนดออกฉายในสัปดาห์นี้ และหลังจากที่ผมไปรับชมแล้ว อยากบอกให้ทราบครับว่านี่คือหนังไอ้แมงมุมเวอร์ชั่นใหม่ที่คุณจะต้องชอบและสนุกสนานในการรับชมแน่นอน เพราะหนังตีความไอ้แมงมุมฉบับนี้ได้อย่างมีเอกลักษณ์มากๆ

      เรื่องย่อของ Spider-Man: Homecoming หลังจากที่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ได้เสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือโทนี่ย์ในการต่อสู้กับกลุ่มของกัปตันอเมริกา ปีเตอร์ก็กลับมาใช้ชีวิตนักเรียนมัธยมท่ามกลางความรู้สึกกระหายที่อยากจะออกไปลุยภารกิจฮีโร่จริงๆ ทว่าโทนี่ย์กลับสั่งห้ามและให้เขารอเรียกตัวปฏิบัติภารกิจ ทำให้ระหว่างที่รอ ปีเตอร์ได้แต่ช่วยเหลือคนทั่วไปเล็กๆน้อยๆจากความสามารถของเขา กระทั่งได้มีกลุ่มติดอาวุธที่นำอาวุธชนิดใหม่ออกปล้น ปีเตอร์พบว่าอาวุธชนิดใหม่นี้สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีของเอลี่ยนต่างดาวเมื่อครั้งการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่นิวยอร์ค ทำให้ปีเตอร์ที่กำลังมองหาโอกาสการพิสูจน์ตัวเอง ตัดสินใจที่จะจัดการวายร้ายกลุ่มนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเขาก็เป็นฮีโร่คนหนึ่งเหมือนกัน แต่ทว่าคู่ปรับของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่ฮีโร่คนอื่น(ที่สู้แบบออมมือกัน) แต่เป็นวายร้ายที่มาพร้อมปีกจักรกลและอาวุธสุดไฮเทคจนยากเกินกว่าที่เขาจะต่อกร

     ตัวหนังนำเสนอเรื่องราวได้ดีมากและตีความไอ้แมงมุมฉบับนี้ได้อย่างควรจะเป็น คือตอนที่ประกาศสร้าง มีการบอกว่าไอ้แมงมุมฉบับนี้จะเป็นเด็กที่เป็นเด็กจริงๆ หนังก็นำเสนอได้อย่างนั้นจริงๆครับ ซึ่งช่วงแรกของเรื่องที่เปิดตัวปีเตอร์และชีวิตของเขา ผมมองดูเหมือนว่านี่มันหนังแนววัยรุ่นมัธยมจริงๆเลยนะ อีกทั้งยังมีตัวละครเพื่อนสนิทของปีเตอร์ ตัวละครหญิงที่ปีเตอร์แอบชอบ หรือเพื่อนๆในกลุ่ม แต่ละคนมีการนำเสนอที่มันทำให้ดูเป็นหนังวัยรุ่นเด็กจริงๆ อีกด้านหนึ่งการนำเสนอความเป็นสไปเดอร์แมนของปีเตอร์ก็ทำออกมาได้ดีมาก นั่นคือการที่หนังจะสื่อถึงเด็กชนชั้นล่างคนหนึ่ง ได้รับพลังมาและตัวเองคิดว่าสามารถเป็นฮีโร่ได้เหมือนกับฮีโร่คนอื่นๆ แต่เอาเข้าจริงมันกลับไม่ใช่อย่างนั้น โลกของฮีโร่มีอะไรที่ต้องเรียนรู้กันอีกเยอะ ประเด็นนี้แหละครับหนังสื่อออกมาได้ดีมากๆ คุณลองไปดูในหนังเต็มแล้วกัน ยิ่งท้ายเรื่องนี้ ยิ่งบีบประเด็นได้อย่างเข้มข้นเลยทีเดียว

     ฉากแอคชั่นรวมๆแล้วหนังจะไม่เน้นความหวือหวาหรือการทำลายล้างสักเท่าไร แต่หนังจะเน้นไปที่การใช้ความเก้ๆกังๆในการปรับตัวกับชุดของปีเตอร์และนำเสนอคิวบู๊ได้อย่างลงตัว คือมันเหมือนกับหนังจะไม่เน้นฉากแอคชั่นต่อสู้ แต่ทำไมมันดูลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ผมอธิบายเป็นตัวหนังสือไม่ได้หว่ะครับ แต่หากคุณดูหนังเรื่องนี้แล้วลองนึกตามผมดูนะ เอ้อหนังมันก็ไม่ได้แอคชั่นจ๋าอะไร แต่ทำไมมันกลับดูสนุกและไม่รู้สึกเบื่อไปกับหนังเลยตลอด 2 ชั่วโมง หรือว่าผมรู้สึกไปเองคนเดียวหรือปล่าวหว่า?

     อีกจุดนึงที่ขอพูดหน่อยคือประเด็นความสัมพันธ์ของปีเตอร์และโทนี่ย์ ผมว่าหนังตีความได้ดีและลงตัวเอามากๆ คือลองมองย้อนกลับไปในโลกความเป็นจริง สไปเดอร์แมนคือฮีโร่คนแรกที่ทำให้คนไทยได้รู้จักมาร์เวล ไอรอนแมนคือฮีโร่คนแรกที่เปิดประตูจักรวาลหนังมาร์เวล การได้กลับมายังมาร์เวลและได้เข้าสู่จักรวาลมาร์เวลของสไปเดอร์แมนโดยมีไอรอนแมนเป็นพี่เลี้ยง ผมมองว่ามันเจ๋งมากนะ ยิ่งคาแรคเตอร์ของโทนี่ย์เป็นคนไม่คงเส้นคงวามาแต่ไหนแต่ไร แล้วยิ่งต้องมาเป็นครูให้กับเด็กที่ไม่คงเส้นคงวาอย่างปีเตอร์ ผลที่เห็นในหนังมันออกมาดูเข้ากันดีมาก คือถ้าหากคุณเป็นแฟนหนังมาร์เวล พอได้เห็นฉากที่โทนี่ยหรือไอรอนแมนปรากฏตัว คุณจะรู้ถึงความรู้สึกของไอรอนแมนได้ประมาณว่า "ไอ้หนู เอ็งคิดน้อยไปนะ โลกของฮีโร่ไม่ได้มีแค่พลังพิเศษแล้วจะทำอะไรก็ได้" คือมันดูเป็นการสั่งสอนที่ทำให้คนที่เป็นแฟนหนังมาร์เวลเข้าถึงความรู้สึกตัวละครได้เลย

     ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมรู้สึกหลังจากที่ดูหนังจบและได้นำมาบอกเล่าให้คุณได้รู้กันครับ ยิ่งสุดสัปดาห์นี้เป็นวันหยุด 3 วัน แน่นอนว่าหลายๆโรงภาพยนตร์น่าจะเทโรงฉายหนังเรื่องนี้กันแน่นอน ใครที่มีแผนจะไปรับชมหนังเรื่องนี้ก็วางแผนกันสักหน่อยก็ดีครับ จองตั๋วหนังผ่านคอมผ่านแอพ เลือกที่นั่งที่เห็นว่าสะดวก วางแผนการเดินทางให้ดีและรับชมหนังเรื่องนี้อย่างมีความสุขในวันหยุดนี้ครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง