Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Fast&Furious 6

    หนังที่สร้างติดต่อกันมาหลายๆภาค มักจะทำให้ผู้ชมเบื่อหน่ายไปกับแนวเดิมๆของหนังครับและมีน้อยเรื่องจริงๆที่จะสามารถสร้างภาคต่อได้มากถึง 6 ภาค หนังตระกูล Fast&Furious ถือว่าเป็นหนังในจำนวนน้อยนั้นครับ หลังจากที่ภาค 3 Tokyo Drift ได้นำเสนอเนื้อเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับกลุ่มตัวละครหลัก ทำให้หนังไม่ค่อยเป็นที่ชอบใจของแฟนๆ แต่การมาปรากฏตัวของ วิน ดีเซลในบทโดมินิค ในท้ายเรื่องของภาค 3 ทำให้ผู้สร้างกลับมาคืนชีพซีรี่ย์นี้อีกครั้งในภาคที่ 4 และประสบความสำเร็จอย่างมากกับภาค 5 ในโทนของหนังที่เปลี่ยนไปจากการแข่งรถมาเป็นหนังแข่งรถแนวจารกรรม ในภาคที่ 6 นี้ หนังก็คงยังทำให้ผมยังคงรู้สึกสนุกมากๆอยู่ โดยที่ไม่ให้ความรู้สึกเบื่อหน่ายเลยครับ

     Fast 6 ดำเนินเรื่องราวต่อจาก Fast&Furious 5 หลังจากที่โดมินิค, ไบรอันและทีมของพวกเข้าปล้นเงินร้อยล้านจากเจ้าพ่อค้ายาในริโอ เดอ จาเนโร ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตกันในแต่ละมุมโลก อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ฮอปส์ ก็ได้รับหน้าที่ในการตามสืบแก๊งค์ทหารรับจ้างนำโดย โอเว่น ชอร์ แก๊งค์ของเขาไล่ปล้นสรรพวุธของทหารไปทั่วโลก เพื่อนำมาสร้างยุทโธปกกรณ์ทางการทหารเพื่อออกขายในตลาดมืด เมื่อฮอปส์จนแต้มในการไล่ล่าแล้ว จึงต้องไปขอร้องโดมินิคและลูกทีมของเขาให้กลับมาช่วยตามจับแก๊งค์นี้ โดมินิคตกลงเข้าช่วยเหลือโดยยื่นเงื่อนไขว่า ต้องล้างประวัติการทำผิดของทีมเขาให้หมด อีกเหตุผลคือ การที่เขาได้เห็นเบาะแสของเล็ตตี้ หญิงคนรักของเขาที่น่าจะตายไปแล้วกลับมาปรากฏตัวและเข้าร่วมกับแก๊งค์ของชอร์ ทำให้โดมินิคและพรรคพวกตัดสินใจเข้าร่วมภารกิจนี้ เพื่อที่จะได้กลับบ้านและหาสาเหตุว่าทำไมเล็ตตี้จึงมาอยู่ที่นั่นได้

     หนังยังคงเดินเรื่องในแบบหนังแนวจารกรรมผสมผสานไปกับฉากแข่งรถและฉากบู๊ได้อย่างลงตัวครับ ถึงแม้ตัวละครในเรื่องจะมีเยอะ แต่ตัวหนังสามารถเฉลี่ยบทให้กับทุกตัวละครได้อย่างดีโดยไม่ทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวละครนี้ไม่ค่อยเด่นเลย(แต่ก็มีนิดหน่อยบางช่วงครับ) ตัวละครแต่ล่ะตัวจะมีบุคลิกและเรื่องราวของตัวเองอยู่ให้เราได้รู้จักพวกเขา ทำให้เราเอาใจช่วยตัวละครรองๆพวกนี้ อย่างเช่นความรักของฮานและจีเซล ที่ตั้งใจจะลงหลักปักฐานที่โตเกียว(ภาคนี้ทำให้คุณรู้สาเหตุว่าทำไม ฮานถึงอยู่โตเกียวในภาค Tokyo Drift)

     ฉากแข่งรถยังคงเป็นอะไรที่เดิมๆ เหมือนกับในหนัง Fast แต่ละภาคครับ แต่ผมก็ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของหนังซีรี่ย์นี้ล่ะกัน จุดเด่นของหนังจะเปลี่ยนไปเน้นที่ความหวือหวาในฉากการขับรถไล่ล่ามากกว่า แต่ค่อนข้างจะมีหลายฉากที่ค่อนข้างจะ โอเวอร์ไปนิด แต่ถือว่าเป็นฉากที่ดูแปลกใหม่ดีครับ อีกจุดที่ผมชอบคือมุกของหนังที่สร้างฝ่ายของตัวร้ายให้เป็นกลุ่มเหมือนกับฝ่ายพระเอกครับ อย่างที่ตัวละครโรมัน เพียซพูดไว้ในหนังว่าอีกฝ่ายเหมือนกับพวกเราอีกด้านยังไงอย่างนั้น

     สรุปแล้ว "Fast&Furious 6 เร็ว แรง ทะลุนรก 6" ยังคงเป็นหนังที่ทำได้สนุกดีกว่ามาตรฐานอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะในส่วนของฉากบู๊ เนื้อเรื่อง การขับรถ หนังยังคงให้ความแปลกใหม่ในการนำเสนอให้ผู้ชมได้สนุกไปกับหนัง จุดที่ขอชมมากที่สุดคือการผูกเนื้อเรื่องของแต่ละภาคได้อย่างลงตัวมากๆครับ สำหรับคนที่รับชมแล้วน่าจะได้ดูฉากท้ายเครดิตครับ ผมถึงกับต้องรีไวด์กลับไปดูอีกรอบสองรอบเลยครับ

 

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง