Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
The Hunger Games: Catching Fire

     หลังจากที่ไม่ได้ไปดูหนังในโรงภาพยนตร์หลายเดือน เมื่อวานผมมีโอกาสได้ไปดู "The Hunger Games: Catching Fire" หรือในชื่อไทยว่า "เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์" ตามความคิดผม น่าจะตัดเลข 2 ออกนะ แต่คิดว่าทางคนตั้งชื่อภาษาไทยต้องการสื่อให้คนรู้ว่านี่คือภาค 2 ครับ

     หนังเปิดเข้าเรื่องโดยที่ไม่มีไตเติ้ลบอกชื่อเรื่อง ในช่วงแรกของหนังบอกเล่าเรื่องราวการออกทัวร์ผู้ชนะเกมล่าชีวิตของแคทนิส เอเวอดีนและพีต้า เมลลาร์คไปในทุกๆเขต ทั้งแคทนิสและพีต้าต่างโดนฝันร้ายถึงเหตุการณ์ในการแข่งขันเกมครั้งก่อนตามหลอกหลอน ในทางกลับกันทั้งสองก็ต้องออกโชว์ตัวแสดงให้ทุกๆคนในพาเนมเห็นถึงชัยชนะและความรัก(ปลอมๆ)ของพวกเขาทั้งสองต่อไป เพราะถ้าหากไม่ทำอย่างนั้น ประธานธิบดีสโนว์จะกำจัดครอบครัวของแคทนิส รวมไปถึงทุกคนที่อยู่รอบตัวเธอ เพราะเนื่องจากการกระทำเชิงต่อต้านของแคทนิสในการแข่งขันครั้งก่อน เป็นสัญญาณที่ทำให้มีคนบางกลุ่มลุกฮือขึ้นต่อต้านแคปปิตอล ซิตี้

     เมื่อเวลาผ่านไป การลุกฮือต่อต้านพาเนมเริ่มจะรุ่นแรงขึ้นในหลายๆเขต ประธานาธิบดีสโนว์ก็เริ่มที่จะกระสับกระส่ายที่อยากจะฆ่าแคทนิส แต่ก็ยังไม่สามารถฆ่าเธอได้ ทำให้เขาวางแผนกับพรูทาซ ผู้ควบคุมเกมส์คนใหม่และวางแผนที่จะฆ่าเธอในการแข่งขันเกมส์ล่าชีวิตครั้งที่ 75 หรือที่เรียกกันว่า "ควอเตอร์ เควล ครั้งที่ 3" คือการแข่งขันเกมส์ครั้งพิเศษที่จะเปลี่ยนกฏใหม่ทุกๆ 25 ปี จากเดิมที่ทั้ง 12 เขตจะส่งเครื่องบรรณาการเด็กชายหญิงมาเข้าร่วมเกมส์ล่าชีวิต แต่ครั้งนี้แต่ละเขตจะต้องส่งผู้ที่เคยชนะเกมล่าชีวิตชายหญิงของเขตตนเองมาเข้าร่วม ทำให้แคทนิสต้องเข้าร่วมแข่งขันโดยอัตโนมัติ เพราะเขต 12 มีเธอเป็นผู้ชนะหญิงเพียงคนเดียว ในการแข่งขันครั้งนี้ จะเป็นตัวชี้ชะตา ทั้งชะตาของแคทนิสเองรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของพาเนมไปตลอดกาล

     ถ้าหากใครที่ยังไม่ได้ดู The Humger Games ในภาคแรกและกำลังคิดว่าจะไปดูภาคนี้ก่อนล่ะก็ ผมแนะนำว่า"อย่าเด็ดขาด"ครับ เพราะหนังเรื่องนี้จะกลายเป็นหนังน่าเบื่อและไม่ค่อยสนุกสำหรับคนที่ไม่ได้ดูภาคแรกทันที กลับกันถ้าคนที่เคยดูภาคแรกมาแล้ว จะรู้สึกสนุกและติดตามไปกับบทสนทนาของเหล่าตัวละครทั้งหลาย เพราะหนังจะดำเนินเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้วและเอาประเด็นจากภาคที่แล้วมาใส่ไว้ในภาคนี้ค่อนข้างเยอะ ทำให้คนที่ไม่เคยดูและไม่เข้าใจพาลจะเบื่อไปเสียก่อน ในภาคนี้จะดำเนินเรื่องโดยที่ไม่มีการแนะนำตัวละคร ที่มาที่ไปของการแข่งขันเกมล่าชีวิต กติกาการแข่งขันอะไรเลยครับ นั่นคือสาเหตุว่าทำไมผมจึงต้องเน้นคนที่ไม่เคยดูภาคแรกให้ไปหามาดูก่อน

    ในช่วงก่อนเริ่มแข่งขันเกมส์ หนังจะพาเราไปรู้จักกับตัวละครที่จะเข้าแข่งขันในครั้งนี้(ถ้าหากอ่านบทความผมไปก่อนดูจะได้อรรถรสมาก อิอิ) และครั้งนี้ถึงแม้จะต้องมีผู้ชนะเพียงผู้เดียวในท้ายที่สุด แต่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องร่วมทีมกันในช่วงแรก ไม่งั้นไม่สามารถเอาตัวรอดได้แน่ๆ  อีกทั้งสนามแข่งขันในครั้งนี้ได้ซ่อนกลไกบ้างอย่างที่เป็นอุปสรรคในการแข่งขันไปด้วย ทำให้ต้องมีการร่วมทีมกันระหว่างแคทนิส พี่ต้า ฟินนิกและแมคซ์

     ฟินนิก โอแดร์ คือตัวละครที่ผมคิดว่าขโมยซีนและเป็นที่พึ่งพาของทีมได้มากๆ ต้องขอชมการแสดงของแซม คราฟลินครับ ทักษะการต่อสู้โดยใช้สามง่ามและการช่วยเหลือของฟินนิก ทำให้แคทนิสและพีต้ารอดมาได้หลายๆครั้ง แต่กระนั้นพีต้าและแคทนิสก็ยังไม่ไว้ใจฟินนิกอยู่เนืองๆ จนในท้ายเรื่องก็ได้ทำให้เราได้รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของฟินนิกคืออะไร?

     ในภาคนี้ ตัวละครพีต้าผมคิดว่าเขาน่าสงสารที่สุดในเรื่องครับ เขาหลงรักแคทนิสและความสับสนในความรักปลอมๆระหว่างเขากับแคทนิสนั้น แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ ทำให้พีต้าค่อนข้างที่จะปวดใจ อีกทั้งแคทนิสยังเป็นห่วงพีต้ามากๆ เพราะเขาไม่ค่อยมีทักษะการต่อสู้ ทำให้ตัวพีต้าสมเพชตัวของเขาเองมากขึ้นไปอีก นั่นทำให้เขาคิดว่าในการแข่งขันครั้งนี้ คนที่จะได้กลับบ้าน คือแคทนิส ไม่ใช่เขา และในท้ายเรื่องชะตากรรมของพีต้าเป็นอะไรที่น่าจะทำให้คนดูรู้สึกเอาใจช่วยเขาครับ

     ในส่วนของแคทนิส เอเวอดีน ตัวละครเอกของเรื่องนี้ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ก็ยังคงรับบทแคทนิสได้ดีอยู่เช่นเดิมครับ การแสดงของเธอทำให้ผมเชื่อว่าเธอคือแคทนิสจริงๆ ยิ่งในภาคนี้ หนังใส่ประเด็นปัญหาต่างๆมุ่งมาที่ตัวละครแคทนิสเพียงคนเดียว เจนนิเฟอร์ก็ยังสามารถแสดงได้ถึงบทบาทเหล่านั้นครับ

     โดยรวมแล้วสำหรับผม The Hunger Games: Catching Fire สามารถทำได้ดีกว่าภาคที่แล้วมากครับ จากภาคแล้วที่ยังดูเป็นหนังเด็กๆไล่ฆ่ากัน แต่ในภาคนี้ผู้กำกับฟราซิส ลอว์เรนซ์สามารถถ่ายทอดเรื่องราวในภาคนี้ออกมาได้ดูเป็นหนังที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีความเศร้าและหดหู่ ทำให้เราต้องเอาใจช่วยเหล่าตัวละครในเรื่องในหลายๆฉากครับ ส่วนข้อเสียก็มีอย่างในฉากการแข่งขันจะเน้นไปที่ฉากตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน ผมว่าฉากกลางคืนนั้นมันค่อนข้างจะมืดไปหน่อย ทำให้เห็นรายละเอียดอะไรได้ไม่เยอะเท่าที่ควร แต่เอาน่า ถ้าออกแผ่น Blu-ray แล้วเอามาดูที่บ้านปรับแสงเอาล่ะกัน ฮ่าๆ

      The Hunger Games: Catching Fire ยังไม่ใช่ภาคจบของเรื่องราวทั้งหมดนะครับ หนังจะมีภาคต่อไปในชื่อว่า The Hunger Games: Mockingjay โดยจะแบ่งฉายออกเป็น The Hunger Games: Mockingjay Part I ในปี 2014 และ The Hunger Games: Mockingjay Part II ในปี 2015 ครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง