Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Kick-Ass 2

     หลังจากที่ Kick-Ass หรือในชื่อไทยว่า "เกรียนโคตรมหาประลัย" ในภาคแรก ได้บอกเล่าเรื่องราวของ เดฟ ลอร์ชูวสกี้ เด็กนักเรียนม.ปลายธรรมดาๆคนหนึ่งที่คลั่งไคล้เรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่ จนทำให้เขาเกิดความคิดที่อยากจะลุกขึ้นมาสวมชุดและหน้ากาก ออกปราบเหล่าร้ายช่วยเหลือผู้คนในยามค่ำคืน จนเรื่องราวเลยเถิดไปไกลถึงการทลายแก๊งมาเฟียของแฟรงค์ ดามีโก้ ทำให้เดฟในคราบของซูเปอร์ฮีโร่นามว่า เกรียนโคตร ตกเป็นเป้าหมายในการล้างแค้นของคริส ดามีโก้ลูกชายของแฟรงค์ ดามีโก้และนั่นคือเรื่องราวที่บอกเล่าใน Kick-Ass 2 ครับ

     ในช่วงแรก หนังแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกบอกเล่าเรื่องราวของเดฟหรือเกรียนโคตร ในการเข้าร่วมลีกต่อต้านผู้ร้ายที่ชื่อว่า "ยุติธรรมอมตะ" ซึ่งมีผู้พันชัยเฉลิมพล(จิม แคร์รี่) เป็นผู้นำของกลุ่ม เดฟได้ถลำลึกลงไปสู่โลกของช่วยเหลือผู้คนและออกปราบเหล่าร้ายร่วมกับเพื่อนๆในทีม ทุกอย่างในทีมเหมือนจะไปได้สวย ส่วนที่สองคือเรื่องราวของมินดี้หรือจิ๋วจี๊ด เธอพยายามที่จะกลับไปใช้ชีวิตเป็นเด็กสาวม.ต้นในโรงเรียนมัธยม การปรับตัวของเธอเป็นอะไรที่ยากลำบากมากๆและในส่วนสุดท้าย คือคริส ดามีโก้ เมื่อพ่อของเขาตายเพราะฝีมือของเกรียนโคตร ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะล้างแค้นอย่างเดียว ทำให้เขารวบรวมเหล่าร้ายจากทั่วทุกสารทิศมาก่อตั้งเป็นกลุ่มวายร้ายของเขาและตั้งชื่อตนเองเป็นวายรายคนใหม่ว่า "ไอ้ระยำซั่มแม่" เป้าหมายของไอ้ระยำซั่มแม่มีอยู่อย่างเดียวคือการฆ่าเกรียนโคตร

     หลังจากที่ได้ดูจบผมขอบอกเลยครับว่าสนุกมากๆ หนังมีการเล่าเรื่องที่ดาร์คมาก ใครที่ยังไม่ได้ดูและคิดว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ติ๊งต๊องตลกๆล่ะก็นั่นแค่ส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ครับ หนังมีการนำเสนอในมุมมองที่ดราม่าจริงจัง มีการแทรกมุกตลกบ้างและคิวบู๊ที่ทำออกมาได้เลือดสาด ย้ำครับว่าเลืดสาดจริงๆ ยิ่งในช่วงก่อนท้ายเรื่อง จะเป็นการบอกเล่าถึงปมปัญหาที่ตัวละครเอกจะต้องเจอ เป็นอะไรที่บีบหัวใจจริงๆครับ

     ในส่วนของการแสดงของแอรอน จอห์นสันและโคลอี้ มอเรซก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวละครเดิมจากภาคที่แล้วได้ดีอยู่ครับ ยิ่งในส่วนของตัวละครมินดี้ ที่มีการเติบโตขึ้นจากเด็กน้อยในภาคที่แล้วมาเป็นเด็กสาววัยรุ่น โคลอี้ก็ยังรับบทได้ดีและแสดงได้ถึงความน่ารักและความโหดของตัวละครจิ๋วจี๊ดไว้ได้ดีกว่าภาคที่แล้วครับ

     ตัวละครผู้พันชัยเฉลิมพลของจิม แคร์รี่ก็ถือว่าเป็นตัวละครบทรองที่ดีตัวหนึ่งครับ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากสักเท่าไร ผมยังไม่ค่อยรู้สึกถึงการแสดงของจิมสักเท่าไรครับ อาจเป็นเพราะว่าตัวละครตัวนี้ใส่หน้ากากตลอดเวลา แต่ในฉากบทสรุปของตัวละครตัวนี้ก็ถือว่าทำมาได้ดี ผมไม่ขอเล่าล่ะกันว่าบทสรุปเป็นอย่างไร ให้คุณไปดูเองในหนังครับ

     ในส่วนของข้อเสียของหนังนี่ผมยังไม่เห็นนะ หรืออาจจะดูแบบไม่ได้จับผิดอะไร แต่ถ้าพูดถึงความสนุกแล้วผมคิดว่าสนุกมากๆครับ หนังมีการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย ไม่มีปมประเด็นอะไรซับซ้อนแต่ปมประเด็นที่ไม่ซับซ้อนอะไรนี่แหละที่สามารถเรียกอารมณ์ของคนดูได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นดราม่า เศร้า ตลก แอคชั่น ถือได้ว่าหนังเรื่องนี้เอาปมประเด็นธรรมดาที่เราเคยเห็นกันในหนังแต่ล่ะเรื่องมารวมกันและบอกเล่าผ่านเรื่องราวได้เป็นอย่างดีครับ

ปล. ผมไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ แต่ขอชมทีมพากย์และผู้แปลบทภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ครับ ที่สามารถคิดชื่อภาษาไทยของศัพท์แต่อย่างในหนังเรื่องนี้ได้ดีจริงๆ ยิ่งตัวละครคริส ดามีโก้หรือไอ้ระยำซั่มแม่ ผมไม่รู้ว่าใครเป็นผู้พากย์ภาษาไทยให้ตัวละครตัวนี้ แต่เสียงของเขาเหมาะกับคริสโตเฟอร์ มินซ์ พลาสมากๆครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง