Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Robocop

     Robocop ฉบับดั้งเดิมนั้นออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 1987 และหนังประสบความสำเร็จอย่างมากในยุคนั้น ด้วยเนื้อหาที่ดราม่าและฉากที่หวาดเสียว ทำให้หนังได้รับเรท R ไปเต็มๆ(อายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครอง) ด้วยความสำเร็จจากภาคแรกทำให้หนังสร้างเรื่องราวในภาค 2 ตามออกมาในปี 1990 เนื้อหาในภาคนี้ก็ยังคงความมืดมนและดูรุนแรงอยู่เช่นกันและก็ไม่ใช่เรื่องยากที่หนังจะมีภาค 3 ตามออกมาในปี 1993 เนื้อหาในภาคนี้ได้รับการลดทอนฉากรุนแรงลงเพื่อให้ผู้ชมอายุน้อยสามารถดูได้ แต่ตัวหนังในภาคที่ 3 กลับไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าไร ทำให้เรื่องราวของตำรวจเหล็กคนนี้ปิดฉากบนจอภาพยนตร์ไปในที่สุด

     แต่ต่อมาในปี 1994 เรื่องราวของตำรวจเหล็กโรโบคอปก็ได้กลับมาสานต่ออีกครั้งในรูปแบบซีรี่ย์ทางทีวี โดยออกอากาศทั้งหมด 22 ตอน ส่วนตัวผมยังไม่ได้มีโอกาสดู เลยไม่รู้ข้อมูลมากเท่าไรครับ

     จนกระทั่งเวลาผ่านไปร่วม 20 ปี ในที่สุดโรโบคอปก็ได้กลับมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งด้วยการนำกลับมาสร้างใหม่โดยไม่อิงเรื่องราวจากไตรภาคเดิมในชื่อเรื่องที่เคารพต่อต้นฉบับว่า Robocop หนังเปิดเรื่องมาด้วยการบอกเล่าของโนแวค(แซลมวล แอล แจ็คสัน) พิธีกรรายการที่ทำหน้าที่เชิญชวนให้เหล่าผู้คนในอเมริกาหันมาให้การสนับสนุนการใช้หุ่นยนต์ในประเทศอเมริกาเสียเหลือเกิน เพราะ ณ ตอนนี้ออมนิคอร์ป บริษัทผลิตหุ่นยนต์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกาได้ส่งหุ่นไปทำหน้าที่ทางการทหารทั่วโลกและดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จในการใช้หุ่นแทนคน ทำให้เซลลาร์(ไมเคิล คีตัน) ต้องการที่จะอเมริกามีการนำหุ่นเข้ามาใช้ในประเทศ แต่ติดอยู่ที่ว่า ส.ว.ของรัฐไม่ยอมให้ผ่านร่างกฏหมายนี้ด้วยความเห็นที่ว่าเครื่องจักรไม่มีความรู้สึกนึกคิด ทำให้เซลลาร์พยายามหาทางที่จะโน้มน้าวประชาชนให้หันมาเห็นด้วยกับเขา ด้วยโครงการใส่มนุษย์ลงไปในเครื่องจักร อีกด้านหนึ่ง อเล็กซ์ เมอฟี่ย์(โจเอล คินนาแมน) ตำรวจมือดีกำลังตามล่าพ่อค้าอาวุธเถื่อนอย่างเอาจริงเอาจัง การตามจับผู้รายคนนี้ทำให้อเล็กซ์ได้ตกเป็นเป้าหมายของการถูกกำจัด แต่ในที่สุดเขาก็รอดมาได้ในสภาพที่ย่ำแย่สุดขีด นั่นจึงจังหวะที่เหมาะที่เซลลาร์ได้ยื่นข้อเสนอต่อภรรยาของเมอร์ฟี่ย์ ข้อเสนอที่จะทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความสามารถของดอกเตอร์นอร์ตัน(แกร์รี่ โอลแมน) ในที่สุดอเล็กซ์ก้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบของคนครึ่งจักรกลที่ผู้คนต่างเรียกเขาว่า โรโบคอป และบัดนี้เขาพร้อมที่จะตามล่าคนที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพนี้ทุกๆคนและกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก

     ผมคิดว่าคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้น่าจะมีสองประเภทครับ คือคนที่เคยดูไตรภาคดั้งเดิมมาแล้วและคนที่ยังไม่เคยดู ไม่เคยรู้จักโรโบคอปมาก่อน ผมขอวิจารณ์แบบกลางๆไปล่ะกันนะครับ ในช่วงแรกหนังแสดงให้เราเห็นถึงภาพรวมของเรื่องราวก่อนที่จะใส่ประเด็นหลักของเรื่องเข้ามา แต่ผมคิดว่าบางอย่างที่น่าจะเป็นประเด็นหลักของเรื่อง กลับไม่เป็นซะงั้น(อย่างฉากการต่อต้านหุ่นทหารของชาวบ้านในต้นเรื่อง) หนังดันไปใช้เวลาตรงนั้นอย่างเสียปล่าว ข้อดีของฉากเหล่านั้นก็เพียงแค่ให้เราได้เห็นฉากแอคชั่นสนุกๆเท่านั้นเอง บางฉากก็งงๆในการกระทำของตัวละครว่าจะทำอย่างนั้นไปทำไม(ฉากท้ายเรื่องที่นางเอกและลูกจะออกจากตึก) แต่ในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยครับ ใครไม่ติดใจอะไรก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ว่าผมรู้สึกสะดุดตรงจุดที่บอกมานี้เลยอยากมาบอกให้ฟังครับ

    ในช่วงกลางเรื่องจะเป็นช่วงที่เราต้องดูอย่างตั้งใจหน่อยนึง เพราะว่าตัวละครจะออกมาเยอะมากและเป็นตัวประกอบที่มีผลต่อการดำเนินเรื่อง ถ้าดูอย่างไม่ตั้งใจอาจจะงงๆได้ว่านี่ใครอ่ะ? แต่ในส่วนของฉากการค้นหาตัวตนของตัวโรโบคอปนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ เราจะได้เห็นฉากดราม่าทั้งๆที่ตัวละครของมีหน้ากากบังอยู่ หนังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวโรโบคอปโดยใช้ผ่านทางการกระทำของเขาเอง ถือว่าเป็นจุดที่ทำได้ดีครับ

    ในช่วงท้ายเรื่องนั่นผมคิดว่าตัวหนังจบแบบสรุปเรื่องราวเร็วเกินไปหน่อยครับ ไม่มีอะไรให้ลุ้นตามสักเท่าไร หนังใส่ฉากแอคชั่นให้มีพอเป็นพิธีในฉากจบ พร้อมทั้งได้เห็นตัวละครทำอะไรที่แบบเห็นแล้วต้องคิดว่า อ้าวเฮ้ย! ไหงงั้นอ่ะ?(ฉากบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์) ผมคิดว่าฉากแอคชั่นตอนที่โรโบคอปไปบุกรังพ่อค้าอาวุธและฉากที่เปิดโปงคนที่เกี่ยวข้องยังมันส์ซะกว่าฉากจบซะอีก

    โดยสรุปแล้วหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นหนังแอคชั่นที่คุณจะสามารถมันส์ไปกับฉากแอคชั่นได้อย่างเรื่อยๆ เนื้อเรื่องที่ดูจะงงๆในบางจุด การกระทำของตัวละครที่ดูขัดๆกับความเป็นจริงเกินไปและไม่รู้ว่าผมอคติหรือปล่าว ผมกลับไม่รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีอะไรแปลกใหม่สำหรับผมเลยนอกจากดีไซน์ใหม่ของโรโบคอป อาจจะเป็นเพราะว่าได้เห็นในหนังแนวเดียวกันอย่างหนังตระกูล Terminator มาก่อนแล้ว การได้มาเห็นหุ่นจักรกลในเรื่องนี้เลยไม่มีจุดที่ทำให้คิดว่า เฮ้ย สุดยอดอ่ะ!!! จนกระทั่งหนังจบและจบไปแบบที่ไม่มีอะไรให้คิดตามหรือทำให้นึกถึงเลยครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง