Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Oblivion

     Oblivion เป็นหนึ่งในหนัง Sci-Fi จำนวนมากที่ออกมาในปี 2013 ซึ่งผมจัดมันว่าเป็นปี แห่งหนัง Sci-Fi เลย
(จาก google เมื่อค้นหา จะได้หนัง 20 เรื่องจากการค้นหาและ Oblivion ก็เป็นหนึ่งในนั้น) และด้วยสาเหตุว่า มันมีเยอะ เลยอาจจะเป็นเหตุผลว่าถ้าไม่เจ๋งจริง มันจะทำเงินไม่ได้ เพราะว่าอาจจะมีข้อเปรียบเทียบมากไป
     แต่เอาหละ ผมได้ดูมาแล้ว แม้ว่าจะช้าไปเกือบปี ก็ตามก็จะมารีวิวให้ฟัง(อ่าน)กันนะครับ

     เรื่องย่อของมันคือ โลกมนุษย์ หลังจากถูกรุกรานโดย สิ่งมีชีวิตต่างดาว ที่เรียกว่า Scavenger  ซึ่งได้ทำลายดวงจันทร์ของเราจนโลกเกิดภัยพิบัติทั้งโลก จนมนุษย์ต้องใช้นิวเคลียร์เพื่อหยุดยั้งสงคราม เราเป็นฝ่ายชนะแต่กลับต้องอพยพไปอยู่บนดวงจันทร์ Titan แทน
Jack Harper และ Victoria Olsen เป็นมนุษย์สองคนสุดท้ายที่อยู่บนโลก หน้ที่ของพวกเขาคือหน่วยเก็บกวาด มีหน้าที่ดูแลการ ขนส่ง น้ำออกไปยังดวงจันทร์ Titan โดยที่ Jack Harper เป็นช่างเทคนิคคอยซ่อมโดรนและ Victoria เป็นผู้ประสานและติดต่อ ภารกิจ จากส่วนกลาง Tet นั้นเอง


     โดยเรื่องนั้นจะดำเนินด้วยความเรียบง่ายและ เหมือนว่าภารกิจนี้ ที่กำลังจะจบนั้นช่างง่ายดายเสียจริงๆทำให้ช่วงแรกๆของหนังอาจจะดูเอื่อยๆไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้นานมากเรื่องกลับเดินเรื่องและสร้างความสงสัยให้กับผู้ชมและเพิ่มความกดดัน ไปอย่างเรื่อยๆเป็นลำดับ มาถึงจุดกลางเรื่องนั้น มันทำให้ผมสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าทำไม หนังเรื่องนี้ให้การตอบรับไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ส่วนเรื่องราวของการหักมุมนั้น มีให้ดูอย่างแน่นอน

     ส่วนเรื่องของการแสดงนั้น ก็ยังคงมาตรฐานของคุณ Tom ซึ่งก็เฉยๆ  แต่ว่าไม่ใช่ในมาดของ นักสู้สุดแกร่งที่จะยิงตายๆ แบบในหนังเรื่องอื่นๆ แบบที่แกเล่น (อย่าลืมนะครับว่าแกเป็นช่างเทคนิคที่ เรื่องต่อสู้อาจจะมีบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงกับสายลับแน่) มันจะทำให้เขาดูไม่เข้มแข็ง ไปบ้างแต่ว่าเรื่องนี้มันก็ไม่ใช่หนัง action จ๋า ฉะนั้นขาลุยอาจจะมีผิดหวังไปบ้างนั้นเอง 

     ฉากต่างๆในเรื่อง เหมือนเราเอาหนังเรื่อง Book of Eli มาประกอบเลย แต่มีแต่เพียงพื้นที่เปล่าๆนะแทบไม่มีตึกเลย มาให้รกหูรกตา หรือขัดกับองค์ประกอบ ของเรื่องที่ ว่าโดยโลกถูก รุกราน และก็ดวงจันทร์ถูกทำลายจนเกิดภัยธรรมชาติไป แต่จุดบอดของเรื่องนี้ คงอยูที่ ดนตรีประกอบ ซึ่งไม่ได้เป็นที่จดจำสำหรับผมเลย หรืออาจจะเป็นเพราะว่า ลำโพง ของผมมันไม่ดีเท่าที่ควร ตัวหนังจึงไม่สามารถขับอารมณืมากระทบจิตใจของผมได้

     สรุปสุดท้าย Oblivion นั้นถือเป็นหนัง Sci-Fi ที่มีปริศนาทิ้งไว้ให้เราเดาเอาแต่ก็ไม่ใจร้ายที่จะคอยแอบบอกใบ้เหมือนเเกมภาพปริศนาแฟนพันธุ์แท้ซึ่งถ้าคุณตอบไม่ถูกในตอนหนังนั้นรายการจะเฉลยเองอย่างหมดเปลือก

 

และด้วยเหตุผลทั้งปวงเอาไป 3 ดาวครับ

 

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง