Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Dawn of the Planet of the Apes

     ในปี 2011 ทเวนตี้เซนจูรี่ ฟอกส์ได้พาผู้ชมไปรู้จักกับหนัง Rise of the Planet of the Apes โดยเรื่องราวในหนังเรื่องนั้นกล่าวถึงเหตุการณ์การก่อการปฏิวัติของเหล่าวานรที่มีวิวัฒนาการจากเชื้อไวรัสชื่อว่าซิเมี่ยนฟลู ในทางกลับกันเชื้อไวรัสตัวนี้กลับเป็นอันตรายต่อมนุษย์และในท้ายเรื่องก็ได้มีการทิ้งท้ายถึงสาเหตุการระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว และด้วยจุดประสงค์ของทางผู้สร้างที่ต้องการจะให้หนังเรื่องนี้เป็นภาคที่บอกเล่าเรื่องราวก่อนเรื่องราวใน Planet of the Apes ฉบับปี 1968 นั่นทำให้หนังไม่ลืมที่จะทิ้งปมประเด็นสำหรับเรื่องราวในฉบับก่อนหน้าเอาไว้ครับ โดยรวมแล้วเนื้อหาของ Rise of the Planet of the Apes ได้กล่าวถึงสาเหตุของการสูญพันธุ์ของมนุษย์และวิวัฒนาการของเหล่าวานร และกระทั่งหลังจากที่ผมดู Dawn of the Planet of the Apes ซึ่งเป็นเรื่องราวต่อจาก Rise of the Planet of the Apes ภาคนี้ถือได้ว่าเป็นการบอกสาเหตุว่าทำไมมนุษย์กับเหล่าวานรจึงได้ทำสงครามกันครับ

     หนังเปิดเรื่องมาด้วยการบอกเล่าเรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ภาค Rise แบบย่อๆและนำเข้าสู่เรื่องราวหลักๆของเรื่อง บัดนี้ ซีซาร์ได้กลายเป็นลิงผู้ใหญ่เต็มตัวไปแล้ว เขาสร้างครอบครัว มีภรรยาและลูกชายทั้งสอง อีกด้านหนึ่งเขาคือผู้นำของเหล่าวานรที่กำลังสร้างอารยธรรมของพวกเขาเอง เหล่าวานรใช้ชีวิตด้วยความสงบสุขและเรื่องราวของมนุษย์ดูจะกลายเป็นแค่อดีต จนกระทั่งวันหนึ่ง เหล่าวานรได้บังเอิญมาพบกับกลุ่มมนุษย์ที่มีแผนจะฟื้นฟูเขื่อนเพื่อสร้างพลังงานและปัญหามีอยู่เพียงอย่างเดียวคือ เขื่อนอยู่ภายในพื้นที่การปกครองของเหล่าวานรนั่นเอง การพบกับมนุษย์ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการพบกันของโชคชะตาระหว่างซีซาร์และมัลคอร์ม มนุษย์ผู้ที่เชื่อว่าทั้ง 2 เผ่าพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

     ทีแรกผมคิดว่าเรื่องราวในภาคนี้จะดูหดหู่เหมือนกับภาคแรกที่ได้เห็นซีซาร์ถูกทิ้งและทรมาน แต่ในภาคนี้เขากลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและไม่มีคราบของลิงที่อ่อนต่อโลกอย่างในภาคที่แล้วครับ เรื่องราวในภาคนี้ถือได้ว่าทำออกมาได้ดีและมีการหักมุมเล็กน้อยในช่วงท้ายเรื่อง หากคุณคิดว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังสงครามระหว่างมนุษย์และเหล่าวานรแล้วล่ะก็ อย่างเพิ่งคิดอย่างนั้นครับ เรื่องราวในหนังยังมีอะไรมากกว่านั้นอีก การแสดงของเหล่าวานรผ่านเทคนิคโมชั่นแคปเจอร์นับได้ว่ามีการแสดงที่พัฒนาไปมากกว่าภาคที่แล้วมากครับ เราจะได้เห็นการอยู่ร่วมกันของเหล่าวานร การสนทนาและการใช้ชีวิต ต้องขอชมทีมนักแสดงผู้อยู่เบื้องหลังวานรในแต่ล่ะฉากที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์การแสดงผ่านท่าทางได้อย่างยอดเยี่ยมครับ

     ในส่วนของตัวละครฝั่งมนุษย์ เรื่องราวของฝั่งมนุษย์ดูจะเน้นเรื่องราวน้อยกว่าฝั่งวานร เพียงแต่ว่าเรื่องราวของฝั่งมนุษย์คือตัวเริ่มประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่องราวในภาคนี้นั่นคือสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ ผมค่อนข้างจะหมั่นไส้ฝ่ายมนุษย์นิดหน่อยตรงที่ว่าเมื่อพวกเขาได้เห็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนด้อยกว่ามาตลอด กลับสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ทัดเทียมและกำลังจะก้าวข้ามตัวเองไป สาเหตุเหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์รับไม่ได้และกลัว จนกลายมาเป็นมุมมองด้านลบที่มีต่อฝั่งวานรครับ

      หากจะให้สรุปแล้ว ทุกๆตัวละครในเรื่องต่างก็มีจุดมุ่งหมายเป็นเส้นที่แตกต่างกัน และด้วยเส้นที่แตกต่างกันนี่เองทำให้เกิดการข้ามเส้นระหว่างกันและกันจนนำมาสู่ความขัดแย้งครับ หนังเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นหนังแอคชั่น-ระทึกขวัญที่ดีอีกเรื่องที่น่าจะไปรับชม ด้วยงานสร้างที่สมจริงในการสร้างตัวละครลิงขึ้นมาและเนื้อเรื่องที่จริงจังตลอดทั้งเรื่อง ยิ่งฉากการต่อสู้ท้ายเรื่องทำเอาผมขนลุกและเกร็งเอาใจช่วยตัวละครตลอดทั้งฉากเลยครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง