Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Fury

     ลองมานึกย้อนถึงหนังที่สร้างจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เราเคยๆดูกันมาครับ ส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาจะโฟกัสไปที่เรื่องราวของกลุ่มทหารราบไม่กองใดก็กองหนึ่งในการทำภารกิจต่างๆ ตามมาด้วยเรื่องราวดราม่าท่ามกลางฉากแอคชั่นสงครามและมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมรบ Fury ก็เป็นหนังแนวอย่างที่ผมว่ามาครับ เพียงแต่ว่าในหนังเรื่องนี้จะโฟกัสไปที่เรื่องราวของกลุ่มทหารผู้ควบคุมรถถัง อีกทั้งยังมีการนำเสนอเรื่องราวที่ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วยฉากแอคชั่นการรบของรถถังที่สมจริง และฉากดราม่าที่หดหู่และดูรุนแรง หลังจากที่ได้ดูแล้วผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งเลยครับ

     หนังเป็นเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รถถังของฝ่ายพันธมิตรมีประสิทธิภาพด้อยกว่ารถถังของเยอรมัน นั่นทำให้หน่วยรถถังฝ่ายพันธมิตรที่ประจำการอยู่เหลือน้อยลงเต็มที หนังบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครของจ่าดอน คอลเรียล์(แบรท พิตต์) หัวหน้าทีมควบคุมรถถังที่ชื่อว่า Fury, ไบเบิ้ล(ไชอา ลาบัฟ)พลยิงปืนใหญ่, กอร์โด(ไมเคิล พีน่า)พลขับ, เกร์ยดี้(จอห์น เบรินทาล)ผู้บรรจุกระสุนและนอร์แมน(โลแกน เลอแมน)พลยิงปืนกลมือใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามาร่วมทีม ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้ติดตามเรื่องราวผ่าน 5 ตัวละครตัวนี้ไปตลอดครับ เพียงแต่ว่าหนังจะเน้นการนำเสนอไปที่ตัวละครของจ่าดอนและนอร์แมนเกี่ยวกับการที่จ่าดอนพยายามจะสอนให้นอร์แมนรู้จักสงครามที่แท้จริง ด้วยความเป็นมือใหม่และอ่อนต่อโลกทำให้นอร์แมนไม่คุ้นกับการฆ่าคน กลิ่นคาวเลือดและความตาย กระทั่งพวกเขาได้รับภารกิจให้ไปประจำการเพื่อต่อต้านกองทัพของเยอรมัน ด้วยสาเหตุบางประการทำให้พวกเขาต้องปักหลักสู้กับกองทัพเยอรมันทั้งๆที่รถถังไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ พวกเขาทั้ง 5 คนจะต้องช่วยกันต้านกองทัพเยอรมันและเอาตัวรอดจากภารกิจในครั้งนี้ให้ได้

     ตัวหนังค่อนข้างเป็นหนังดราม่าแนวหดหู่ครับ ตลอดทั้งเรื่องแทบจะไม่มีมุกตลกใดๆให้เห็นเลย หนังมีความสมจริงตรงที่ทำให้เราได้เห็นภาพความรุนแรงของสงครามที่ในบางช่วงบางตอนก็มีฉากโหดร้ายรบกวนจิตใจของคนดูอยู่บ้าง แต่นั่นเพราะหนังต้องการสื่อให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามจริงๆครับ ในส่วนของเนื้อเรื่องผมคิดว่าภารกิจที่เหล่าตัวละครจะต้องไปทำนั้นไม่ใช่ประเด็นที่สลักสำคัญอะไรมากมาย ไฮไลท์ที่หนังนำเสนอให้เราดูคือการได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละคนทั้ง 5 คนในระหว่างนั้นต่างหาก ตลอดทั้งเรื่องหนังจะทำให้เราได้รู้จักพวกเขาแต่ละคนและมิตรภาพที่เริ่มก่อตัวของนอร์แมนที่เพิ่งจะมาเข้าร่วมทีม ยิ่งในช่วงท้ายเรื่องแต่ละคนมีฉากที่ต่างก็ขโมยซีนด้วยกันเองจนทำให้เราต้องเอาใจช่วยครับ

     แบรต พิทต์ ก็ยังคงความเก๋าในมาดพระเอกของเขาได้ดีเช่นเดิมครับ คาแรคเตอร์ของเขาในหนังเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงคาแรคเตอร์ของทอม แฮงค์ในหนัง Saving Private Ryan ขึ้นมากลายๆ ส่วนตัวละครที่เป็นประเด็นที่สุดของเรื่องคือนอร์แมนที่รับบทโดยโลแกน เลอแมนครับ ในหนังเรื่องนี้เขาดูเป็นคนหนุ่มที่ไม่ค่อยมั่นใจและลังเลกับความเชื่อของตัวเอง การแสดงที่เข้มข้นของโลแกนในหนังเรื่องนี้ทำให้ผมลืมภาพจำของเขาจากหนังเพอซี่ แจ็คสันไปเลย แม้ว่าจะอายุยังน้อยแต่โลแกนก็สามารถพิสูจน์บทบาทดราม่าของเขาในหนังเรื่องนี้ได้ผ่านฉลุยในความคิดของผมครับ

     สรุปแล้ว Fury ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดีในความคิดผมครับ หนังมีโทนดราม่าหดหู่และไม่เน้นฉากแอคชั่นที่เยอะเกินไป ฉากแอคชั่นแต่ละฉากทำออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะเอฟเฟกวิถีกระสุนที่ยิงเฉี่ยวไปเฉี่ยวมานั้นทำฉากแอคชั่นดูระทึกสุดๆ ใครที่เป็นคอหนังดราม่า-สงครามแนะนำให้รีบไปดูก่อนที่หนังเรื่องนี้จะออกจากโรงไปก่อนครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง