Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Exodus: Gods And King

     หากคุณเป็นคนที่ดูหนังแนวอภินิหารเหนือธรรมาชาติมาเยอะน่าจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ"โมเสสผู้แยกทะเล", "ภัยพิบัติ 10 ประการ"หรือ"บัญญัติ 10 ประการ"กันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ แต่ถ้าหากคุณยังไม่เคยได้ยินหรือผ่านตาเรื่องราวที่ว่ามาเลย ผมแนะนำให้ไปดู Exodus: Gods And King ที่จะเข้าฉายสุดสัปดาห์นี้ครับ เพราะหลังจากที่ดูจบผมรู้สึกว่าหนังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวตำนานของโมเสสออกมาได้อย่างสนุกสนานและผมคิดว่าคนทั่วไปก็สามารถสนุกกับเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ได้เช่นกัน

     เอ็กโซดัส : ก็อดส์ แอนด์ คิงส์(ผมแปลกใจเหมือนกันนะว่าทำไมหนังเรื่องนี้ไม่มีชื่อไทย?) เปิดเรื่องมาให้เราได้รู้จักโมเสส(คริสเตียน เบล)และรามเมเสส(โจ เอ็ดเกอร์ตัน) ชาย 2 คนที่เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันแต่ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 นั้นถึงขนาดตายแทนกันได้ โมเสสและรามเมเสสถูกเลี้ยงดูมาภายใต้การดูแลของฟาร์โรห์เซติแห่งอาณาจักรอียิปส์ กระทั่งต่อมาโมเสสได้รับภารกิจให้ไปตรวจสอบดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณเมืองไพธอม ดินแดนของพวกทาสชาวฮิบรู(หรือก็คือชาวยิวนั่นแหละครับ) ณ ที่นั่นโมเสสได้พบกับความลับเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองว่าเขานั้นคือชายผู้ที่มีชะตากำหนดให้เป็นผู้นำในการปลดปล่อยชาวฮิบรูที่เป็นทาสของอียิปส์มากว่า 400 ปี ทีแรกโมเสสเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อ แต่รูปการณ์ทั้งหมดเป็นไปอย่างนั้น ทำให้เขาพร้อมที่จะยอมรับโชคชะตาและน้อมรับคำสั่งจากพระผู้เป็นเจ้าในการปลดแอกทาสทั้งหมดโดยมีพระเจ้าเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ

     ตัวหนังช่วงแรกค่อนข้างจะดำเนินเรื่องไปได้เรื่อยๆครับ บางช่วงก็ดำเนินเรื่องเร็วบ้าง บางช่วงก็ช้าบ้าง จนผมงงๆว่า"อ้าวเฮ้ย ไหงเร็วจังแฮะ!?" มีบางช่วงก็ดูเหมือนจะยืดหน่อยๆทั้งที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรมาก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงที่โมเสสเตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้นำเพื่อปลดแอกทาส ช่วงนั้นแหละครับคือช่วงที่หนังเริ่มทำให้ผมรู้สึกพีคขึ้นเรื่อยๆและตามมาด้วยฉากภัยพิบัติ 10 ประการถล่มนครอียิปส์ ผมว่าฉากนี้ไฮไลท์ของเรื่องเลยนะ คุณจะได้เห็นแต่ละภัยพิบัติที่น่าขนลุก ผมบอกได้แค่นี้แหละ เพราะผมขนลุกทุกฉากจริงๆครับ ไม่ใช่ว่าจะอวยแต่ส่วนตัวพอรู้เรื่องราวของภัยพิบัติ 10 ประการมาอยู่บ้าง การได้เห็นการตีความและถ่ายทอดออกมาจากในหนังเรื่องนี้ทำให้ผมทึ่งครับ อีกอย่างที่อยากให้สังเกตคือ แต่ละภัยพิบัตินั้นส่วนใหญ่จะดูเหมือนเกิดขึ้นจากความพิโรธของพระเจ้า แต่ในอีกแง่หนึ่งหนังก็ถ่ายทอดออกมาในมุมของวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายได้เช่นกัน(จุดนี้แหละที่นักวิทยาศาสตร์สมัยนี้พยายามหาคำอธิบายตามตำนานโมเสส)

     ในแง่ของตัวละคร คริสเตียน เบลดูเหมาะกับบทโมเสสมากครับ คาแรคเตอร์ผู้นำทาสที่ดูโทรมๆบวกกับหนวดเคราที่เริ่มรุงรังตามเรื่องราวในหนังที่ดำเนินไป ทำให้เราเห็นว่าเขาเป็นผู้นำที่ต้องแบกรับชีวิตของทาสกว่า 4 แสนคน ส่วนตัวละครรามเมเสสของโจ เอ็ดเกอร์ตัน เขาก็รับบทเป็นฝ่ายร้ายที่โอเคครับ ดูมีมาดผู้นำจอมเผด็จการนิดหน่อย อีกส่วนคือพวกดาราที่มาสมทบในเรื่อง แต่ละคนดาราระดับแถวหน้าทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเซอร์เบน คิงส์ลี่ย์, ซิกเกอร์นี่ย์ วีเวอร์, แอรอน พอลและโกลชิพเทน ฟาราฮานี(นางเอกสวยมาก) การได้ดาราคุณภาพมาเป็นรับบทเป็นตัวละครสมทบดูจะช่วยให้หนังดูมีสีสันขึ้นและช่วยให้เราจำตัวละครสมทบได้ด้วยครับ

     ส่วนที่เป็นข้อเสียของหนังสำหรับผมแล้วมีอยู่ 2 จุดครับ ถึงแม้ว่าหนังจะบอกว่าโมเสสและรามเมเสสสนิทกันดั่งพี่น้อง แต่หนังกลับไม่ได้ถ่ายทอดออกมาให้เราเห็นที่มาที่ไปของความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ตัวละคร หนังเพียงแค่เปิดเรื่องมาและบอกให้เรารู้กันดื้อๆเลยว่า 2 คนนี้อ่ะเป็นดั่งพี่น้องที่ตายแทนกันได้ การที่ขาดจุดนี้ไปทำให้เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างโมเสสและรามเมเสสดูลดลงไปครับ เหมือนกับว่าเห็นคนรู้จักกันแล้วจู่ๆกลับมาเป็นศัตรูกันแค่นั้น อีกจุดคือเรื่องราวชาติกำเนิดของโมเสส หนังไม่ได้ใส่เอาไว้ทั้งๆมันดูเป็นประเด็นสำคัญของเรื่องราว ส่วนตัวคิดว่าถ้าหากหนังมีฉากโมเสสถูกเก็บมาเลี้ยงและฉากสมัยเด็กๆของทั้ง 2 มาให้เราเห็นนิดหน่อย น่าจะทำให้ประเด็นของตัวละครดูมีมิติจับต้องได้มากขึ้น

     สรุปโดยรวมแล้ว Exodus: Gods And King ก็ยังถือว่าเป็นผลงานสไตล์อลังการตามแบบฉบับของผู้กำกับริดลี่ย์ สก็อตต์ ความอลังการในฉากงานสร้างของหนังเรื่องนี้ชวนให้ผมนึกถึงหนัง Gladiator ขึ้นมากลายๆ ด้วยดาราระดับคุณภาพที่มาร่วมแสดงกันในเรื่อง เรื่องราวความบาดหมางของตัวละครและฉากความพิโรธของพระเจ้าด้วยเอฟเฟคตระการตา ทั้งหมดนี้ผมแนะนำให้ไปดูกันเลยครับ ไม่เสียดายตังค์แน่นอน อ้อ! ผมได้ดูในระบบ 3 มิติ ในหนังมีฉาก 3 มิติค่อนข้างเยอะครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง