Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
The Hobbit: The Battle of the Five Armies

    ในที่สุด The Hobbit: The Battle of the Five Armies ก็ได้เวลาออกฉายในบ้านเราแล้วครับ จะว่าไปภาคนี้ถือได้ว่าเป็นภาคสุดท้ายที่จะเติมเต็มมหากาพย์ของเรื่องราวแห่งมิดเดิ้ลเอิรธเลยก็ว่าได้ ความรู้สึกหลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้จบ ผมว่าทางผู้กำกับปีเตอร์ แจ็คสันและทีมงานก็ยังคงทำหน้าที่ในฐานะผู้รังสรรค์เรื่องราวจากนิยายมาสู่จอภาพยนตร์ได้ดีเช่นเดิม อีกอย่างคือด้วยความที่เป็นภาคสุดท้าย นั่นทำให้เรื่องราวในหนังเฉลยปมประเด็นที่ยังค้างคามาจาก 2 ภาคแรกทั้งหมดและสรุปแต่ละประเด็นให้เราได้ดูกันแบบเต็มอิ่มครับ

     หนังเปิดเรื่องมาแบบต่อเนื่องจากภาคที่แล้วแบบทันทีทันใด นั่นทำให้คนที่เพิ่งจะดูภาค Desolation of Smaug มาหมาดๆได้อรรถรสไปเต็มๆ ส่วนตัวผมแนะนำว่าถึงคุณจะดูภาค Desolation of Smaug มาแล้วก็น่าจะไปหามาดูอีกครั้งเพื่อทวนความจำอีกรอบก่อนที่จะไปดูภาคนี้ในโรงหนังก็ไม่ใช่เรื่องเสียหลาย หลังจากนั้นหนังจะตัดเข้าสู่ประเด็นของเรื่องผ่านมุมมองของตัวละครหลายๆกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของบิลโบและธอรินกับคณะคนแคระ, กลุ่มของเลโกลัสและธอเรียล, กลุ่มของแกนดัลฟ์,กลุ่มของมนุษย์ที่นำโดยบาร์คและกลุ่มของฝ่ายออร์ค ตลอดทั้งเรื่องจะดำเนินเรื่องแบบนี้ตัดสลับกันไปเรื่อยๆจนนำมาสู่มหาสงคราม 5 ทัพเพื่อแย่งชิงหุบเขาเดียวดายในช่วงท้ายเรื่อง

     การดำเนินเรื่องราวในภาคนี้หนังเฉลี่ยบทให้กับทุกตัวละครได้อย่างเท่าๆกันครับ ไม่มีใครเด่นกว่าใคร แม้กระทั่งบิลโบที่ดูเป็นตัวเอกก็ยังดูมีบทบาทเท่ากับตัวละครอื่นๆ นั่นด้วยอาจจะเป็นเพราะว่าหนังมีการซอยเรื่องราวออกเป็น 3 ภาคและเวลาเหลือเยอะ ทำให้หนังมีเวลาพอที่จะไปนำเสนอประเด็นต่างๆได้พอสมควร จุดนั้นแหละครับที่อาจจะทำให้บทตัวบิลโบดูเด่นน้อยลงไปหน่อยนึง แต่ก็ไม่ต้องกลัวครับว่าหนังนำเสนอประเด็นเยอะแยะจนพาลทำให้คุณเบื่อ เพราะแต่ละประเด็นล้วนแต่น่าสนใจและทั้งหมดจะมาบรรจบกันในช่วงสงคราม 5 ทัพตอนท้ายเรื่อง

     ส่วนที่ยากสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่ค่อยลงลึกกับเรื่องราวของฮอบบิท นั่นคือการจำชื่อตัวละครครับ ในบางช่วงบางตอนมีการนำเสนอฉากที่เคยถูกพูดถึงหรือเหล่าตัวละครจากในไตรภาค The Lord of the Rings นั่นทำให้คนที่ลงลึกในเรื่องราวของหนังเรื่องนี้จะได้รับอรรถรสมากกว่าหน่อยนึง แต่ที่ขอชมเลยคือฉากสงคราม 5 ทัพที่ทำออกมาได้ดูยิ่งใหญ่และชุลมุนมากๆ(ผมขอใช้คำนี้ล่ะกัน) คุณอาจจะเห็นว่าฉากสงครามในไตรภาค The Lord of the Rings นั้นดูเจ๋งและทำออกมาได้ดี แต่นั่นคือฉากสงครามแบบปะทะกัน 2 ฝ่ายครับ แต่ในหนังเรื่องนี้คือสงคราม 5 ทัพ ทุกกองทัพต่างมีจุดมุ่งหมายต่างกัน คิดดูล่ะกันว่ามันจะชุลมุนแค่ไหน ฮ่าๆ อีกจุดเล็กๆที่ผมชอบส่วนตัวและอยากบอกให้คุณสังเกตคือการจัดกระบวนทัพของทหารเอลฟ์ทำออกมาได้เจ๋งมากครับ ทั้งพร้อมเพรียงทั้งเท่

     จุดด้อยของหนังโดยรวมที่ผมรู้สึกก็มีอย่างเดียวคือในช่วงแรกของหนังค่อนข้างจะยืดๆนิดหน่อย อย่างที่บอกไปในตอนแรกครับว่าหนังซอยเรื่องราวออกมาทำให้เวลาเหลือ แต่ถ้ามาคิดอีกแง่หนึ่งว่านี่คือภาคสุดท้าย จัดเต็มได้เลยไม่ต้องเกรงใจและไม่ต้องรีบจบก็ได้ ผมว่ามันก็โอเคนะ

     สรุปแล้ว The Hobbit: The Battle of the Five Armies ก็ยังคงตีความเรื่องราวออกมาได้อย่างเข้มข้นและละเอียดยิบ ตลอดทั้งเรื่องคุณจะได้กลับไปสัมผัสดินแดนมิดเดิ้ลเอิร์ธที่คุณคุ้นเคยและต้องรู้สึกใจหายที่นึกขึ้นได้ว่านี่คือภาคสุดท้ายแล้ว อีกทั้งยังมีฉากแอคชั่นสงครามเหนือจินตนาการตามแบบฉบับของซีรี่ย์นี้ แต่ในภาคนี้จะมีการออกแบบมุมกล้อและคิวบู๊ที่ดูได้รับการพัฒนามากขึ้นหากเทียบกับไตรภาค The Lord of the Rings อีกทั้งบทสรุปตอนจบของเรื่องที่เชื่อมต่อกันกับ The Lord of the Rings ทำให้คุณสามารถกลับบ้านไปหา The Lord of the Rings ภาคแรกมาเปิดดูต่อได้ทันที ทั้งหมดนั้นผมแนะนำให้คุณอย่าพลาดที่จะไปปิดตำนานหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์สุดสัปดาห์นี้ครับ

ปล. ระบบ IMAX 3D ฉากที่เน้น 3D ไม่ค่อยมีครับ แต่เชื่อเหอะ หนังแบบนี้มันต้อง IMAX เท่านั้นล่ะนะ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง