Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Into The Woods

     หนังเรื่องนี้เป็นหนังเพลง!? นี่คือความคิดแรกตอนที่หนังเริ่มเรื่องและผมคิดว่าจะต้องมาบอกคุณก่อนที่จะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ครับ ส่วนตัวตั้งแต่ดูหนังมาผมไม่เคยได้ดูหนังแนวมิวสิคัลจ๋าแบบนี้เลยนะ คือจะอธิบายยังไงดี? ปกติหนังหรือการ์ตูนแนวแฟนตาซีของดิสนี่ย์ในภาพจำของเราจะเป็นเรื่องราวโดยมีช่วงของการขับร้องเพลงมาให้ดูกันบ้าง แต่ 80% ของเรื่องราวในหนัง Into The Woods บทพูดของตัวละครจะเป็นการขับร้องเพลงครับ นั่นทำให้หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นความแปลกใหม่สำหรับผมและคิดว่าน่าจะมาบอกคุณก่อนที่จะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนัง เพราะไม่งั้นถ้าหากคุณไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้นำเสนอแนวไหนแล้วคุณซื้อตั๋วเข้าไปดู อาจจะไม่ถูกจริตนักดูหนังบางท่านและมาบ่นเอาว่าหนังไม่สนุกเอาได้

     Into The Woods เป็นเรื่องราวการครอสโอเวอร์กันของนิทานสุดคลาสสิคที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นซินเดอเรลล่า, แจ็คผู้ฆ่ายักษ์, หนูน้อยหมวกแดงและราพันเซล เรื่องราวทั้งหมดของพวกเขาเหล่านั้นจะถูกนำมาผูกเรื่องเข้าด้วยกันผ่านตัวละครหลักที่เป็น 2 สามีภรรยาผู้ทำขนมปัง ทั้ง 2 ถูกคำสาปจากแม่มดด้วยเพราะเรื่องราวในอดีตทำให้พวกเขาไม่สามารถมีลูกได้ กระทั่งแม่มดได้ย้อนกลับมาเพื่อยื่นข้อเสนอแก่ 2 สามีภรรยาว่าพวกเขาจะต้องหารองเท้าสีทอง, วัวที่มีสีขาวดุจน้ำนม, ปอยผมที่เหลืองดั่งข้าวโพดและผ้าคลุมที่มีสีแดงราวกับเลือด โดยทั้ง 2 จะต้องหาของทั้ง 4 อย่างมาให้กับแม่มดในเวลาที่กำหนด ไม่งั้นพวกเขาจะไม่สามารถมีลูกได้ตลอดชีวิต ด้วยเหตุนี้เองทำให้ 2 สามีภรรยาผู้ทำขนมปังต้องออกเดินทางไปในป่าเพื่อตามหาสิ่งของทั้งหมดนั้นเพื่อมาแก้คำสาปครับ

     ตัวหนังจะมีบทพูดของตัวละครเป็นเพลงเสียส่วนใหญ่ครับ นั่นทำให้คนที่ใหม่กับหนังแนวนี้อย่างผมต้องปรับอารมณ์และตั้งใจดูซับไตเติ้ลอย่างมากในช่วงแรกของเรื่องพร้อมทั้งต้องทำความเข้าใจกับเรื่องราวไปด้วยเลยทำให้ดูรู้สึกเหนื่อยพอสมควร แต่เมื่อดูไปได้สักพักก็เริ่มจับแนวของหนังได้เข้าที่เข้าทางมากขึ้นและรู้สึกโอเคกับการที่ได้ฟังเพลงเพราะๆจากเหล่านักแสดงแต่ละคนที่ขับขานออกมาเป็นบทสนทนากัน ต้องขอชมผู้เขียนบทและผู้ที่แต่งบทให้เป็นเพลงที่สามารถทำงานร่วมกันจนกลายมาเป็นเพลงเพราะๆได้ตลอดทั้งเรื่อง

     ดาราทุกคนต่างก็ทำหน้าที่และดูมีคาแรคเตอร์โดดเด่นแปลกแยกกันไปจนทำให้คนดูจำพวกเขาได้ง่าย แต่คุณจะได้อรรถรสกับหนังเรื่องนี้มากแค่ไหนนั้นก็อยู่ที่ว่าคุณรู้เรื่องราวของพวกเขาแต่ล่ะคนมาก่อนมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งหนังยังใส่ความร่วมสมัยและมุกตลกทำให้เรื่่องราวดูสนุกสนานมากขึ้น ผมใบ้นิดนึงว่าให้จับตาดูหนูน้อยหมวกแดงให้ดีๆ ที่ขอชมอีกจุดคือการผูกเรื่องราวอันเป็นเรื่องราวคลาสสิคของแต่ละตัวละครให้มาเจอกันถือว่าทำได้ดีและดูลื่นไหล เพียงแต่ว่าที่ขัดใจคือในช่วงท้ายเรื่องผมรู้สึกเหมือนกับว่าหนังพยายามลากเรื่องราวให้มันนานขึ้นเพื่อให้หนังมีความยาวถึง 2 ชั่วโมง คือหนังมันมีจุดที่สามารถจบได้อย่างพอดีและโอเคแล้วถ้าจะจบลงตรงจุดนี้ แต่หนังกลับลากเพิ่มเรื่องราวที่ไม่น่าจะใช่ประเด็นเข้ามาซะงั้นและทำให้เรื่องราวนานขึ้นไปอีกจนทำให้ตอนจบดูพีคน้อยลงไป

     ฉากและโลเกชั่นส่วนใหญ่ของหนังเรื่องนี้จะเป็นในป่าด้วยเพราะเป็นธีมหลักของหนังเรื่องนี้ งานสร้างของฉากก็ยังดูดีตามสไตล์หนังแฟนตาซีเทพนิยายอย่างที่ดิสนี่ย์ถนัดครับ ในซีนที่จะทำให้ป่าดูน่ากลัวก็สร้างบรรยากาศออกมาได้น่ากลัวและในซีนที่อบอุ่นก็ทำใหป่าออกมาดูอบอุ่น แต่ผมรู้สึกว่า Into The Woods ดูจะไม่ค่อยเน้นเอฟเฟคเหนือจินตนาการสักเท่าไร แต่จะเน้นไปที่เรื่องราวและตัวละครมากกว่า

     สรุปแล้ว Into The Woods เป็นหนังที่เหมาะกับนักดูหนังแนวแฟนตาซีที่อยากเข้าไปปรับเปลี่ยนอารมณ์ผ่านบทเพลงในการสื่อสารเรื่องราวของตัวละครครับ ผมคิดว่านักดูหนังส่วนใหญ่อาจจะไม่เคยได้ดูหนังแนวนี้ วันหยุดนี้ใครอารมณ์ดีๆ เคลียร์งานเรียบร้อยหรือปิดจ๊อบงานแล้วอยากรีแลกซ์หรือเสพหนังเนื้อหาแนวละครเวทีมิวสิคัลสักเรื่อง Into The Woods ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะเลือกเข้าไปชมครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง