Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Cinderella

     ผมเชื่อว่าพวกคุณทุกคนต้องเคยได้ยินเรื่องราวของซินเดอเรลล่ากันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ อาจจะเคยเห็นในหนังสือนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กหรือเคยเห็นในการ์ตูนที่บุตรหลานของคุณ(หรือตัวคุณเอง)เอามาเปิดดู ด้วยความคลาสสิคของเรื่องราวที่ชวนฝันทำให้มีการสร้างเรื่องราวของเด็กสาวคนนี้เป็นภาพยนตร์ในหลายๆเวอร์ชั่น แต่ที่น่าจะเป็นที่จดจำมากที่สุดก็คงจะเป็น Cinderella ฉบับของดิสนี่ย์สร้างเป็นการ์ตูนเรื่องยาวและออกฉายเมื่อปี 1950 ล่าสุดในปีนี้ทางดิสนี่ย์ก็ได้ส่ง Cinderella ออกสู่สายตาของผู้ชมอีกครั้งในภาพยนตร์ฉบับคนแสดง ส่วนตัวหลังจากที่ดูจบขอชมเลยครับว่าหนังสามารถตีความเรื่องราวของซินเดอเรลล่าจากที่ผมรู้ในหนังสือนิทานเพียงไม่กี่หน้าให้ออกมาเป็นหนังเรื่องยาวได้อย่างสวยงามและลงตัวมากๆ

     ส่วนใหญ่ของผู้ชมที่ไปดูหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่าเกือบจะทั้งหมดน่าจะรู้โครงเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบอยู่แล้วครับ หนังเปิดเรื่องราวมาให้เราได้ทำความรู้จักกับตัวละครเอลล่า ก่อนที่จะเริ่มเข้าประเด็นให้เรารู้สาเหตุว่าทำไมเธอถึงต้องมารับใช้รองมือรองเท้าแม่เลี้ยงและพี่สาวใจร้าย ตามมาด้วยการได้พบกับเจ้าชายและเข้าสู่ฉากงานเต้นรำที่เป็นไฮไลท์ของเรื่อง ตัวหนังสามารถขยายความเรื่องราวที่เรารู้มาสั้นๆในหนังสือนิทานให้ออกมาเป็นเรื่องยาวได้อย่างลงตัว แม้ว่าจะมีบางฉากที่ดูอืดๆบ้างแต่นั้นก็เป็นส่วนน้อย การดำเนินเรื่องในหนังให้อารมณ์ราวกับว่าเรากำลังฟังคนเล่านิทานให้เราฟังอยู่โดยมีภาพเคลื่อนไหวประกอบ จุดที่ขอชมอีกอย่างคือพร๊อพเสื้อผ้าหน้าผมและฉากของหนังเรื่องนี้ทำออกมาสมกับเป็นหนังที่สร้างจากเทพนิยายจริงๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ทำให้หนังเรื่องนี้น่าจะโดนใจคอหนังแนวเทพนิยายแฟนตาซีไปเต็มๆครับ

     สิ่งนึงที่ผมอยากจะบอกคุณคืออย่าเพิ่งด่วนตัดสินไปว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังสำหรับเด็กครับ อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่าหนังตีความเรื่องราวได้อย่างสวยงามและลงตัว ที่บอกแบบนี้คือหนังมีซีนดราม่าที่แสดงพลังออกมาได้ดีและทำให้เรารับรู้ถึงความทุกข์ทนของเด็กสาวที่สูญเสียทุกอย่างไปพร้อมกับต้องทนอยู่ในจุดที่ตกต่ำ มีซีนที่ชวนให้คนดูประทับใจและรู้สึกฟินราวกับอยู่ในโลกเทพนิยายชั่วขณะและซีนขำๆที่แทรกมาเล็กน้อยให้เราได้อมยิ้มกัน โดยรวมแล้วผมว่าหนังทำออกมาให้คนดูในทุกระดับอายุสามารถสนุกได้โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

     ทางด้านนักแสดงตอนที่ผมเห็นลิลลี่ เจมส์รับบทซินเดอเรลล่าในตัวอย่างผมค่อนข้างเฉยๆกับเธอนะ แต่พอมาได้เห็นการแสดงของเธอในคาแรคเตอร์นี้แบบเต็มๆทำเอาผมหลงไหลตามเธอไปเลย ยิ่งในฉากดราม่าเธอสามารถทำให้คนดูรู้สึกอินและเอาใจช่วยเธอไปตลอดทั้งเรื่องอีกด้วย แต่จุดที่ค่อนข้างจะขัดใจเล็กน้อยคือตัวละครแม่เลี้ยงที่รับบทโดยเคท แบรนเซตที่ค่อนข้างเปิดตัวในเรื่องได้อย่างน่าเกรงขามและทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ทันทีว่าชั้นนี่แหละตัวร้ายของเรื่อง แต่พอเอาเข้าจริงบทบาทแม่เลี้ยงใจร้ายซึ่งน่าจะเป็นความเข้มข้นหลักของเรื่องราวกลับดูค่อยๆอ่อนลงไปเรื่อยๆและมาพีคอีกทีก็ตอนบทสรุปของเรื่อง คือปูทางมาซะดิบดีว่าต้องร้ายแน่ๆแต่เอาเข้าจริงกลับร้ายได้ไม่เท่าที่ปูเอาไว้อ่ะครับ

     จากทั้งหมดที่ผมว่ามาสำหรับคอหนังแนวแฟนตาซีที่อยากจะดูหนังที่ให้ความรู้สึกดีๆสักเรื่องและเนื้อหาไม่หนักหน่วงในสุดสัปดาห์นี้ Cinderella คือคำตอบของคุณครับ ด้วยเนื้อเรื่องที่เราคุ้นเคยกันดีแต่ขยายความแต่ละประเด็นให้สนุกมากขึ้นพร้อมทั้งอรรถรสที่มีให้คุณหลากอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นดราม่า มุกขำๆที่ชวนให้อมยิ้ม ความเป็นแฟนตาซีและความรู้สึกดีๆที่ได้กลับไปสัมผัสเรื่องราวที่เราเคยรับรู้มาสมัยเด็กๆอีกครั้ง จะให้เพอร์เฟคจริงๆคุณน่าจะไปดูหนังเรื่องนี้ในรอบหัวค่ำเพื่อที่หลังจากดูจบจะได้กลับบ้านมาอาบน้ำ ดื่มนมอุ่นๆสักแก้ว แปรงฟัน เข้านอนและหลับฝันดีจากเรื่องราวที่คุณได้สัมผัสในหนังเรื่องนี้ครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง