Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
The Divergent Series: Insurgent

    สุดสัปดาห์นี้หนังจากนวนิยาย The Divergent Series: Insurgent คงจะเป็นที่จับตามองสำหรับคอหนังส่วนใหญ่ครับ ด้วยงานสร้างที่ดูยิ่งใหญ่มากขึ้นพร้อมทั้งเนื้อเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากภาคแรกน่าจะทำให้คนส่วนใหญ่ที่ชมภาคแรกมาแล้วพร้อมที่จะจองตั๋วหนังเข้าไปดู แต่ถ้าหากคุณไม่เคยดู Divergent ที่เป็นภาคแรกของหนังเรื่องนี้และมีนัดกับกลุ่มเพื่อนหรือคนรักที่เขาดูภาคแรกกันมาแล้วและกำลังวางแผนกันว่าจะไปรับชม ผมขอแนะนำให้คุณไปหามาดูซะก่อนครับ เพราะไม่งั้นหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณดำดิ่งสู่วังวนของความงง-งวยและชวนให้คุณรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันไม่สนุกเอาเสียเลย

     The Divergent Series: Insurgent สร้างจากนิยายเล่มที่ 2 จากทั้งหมด 3 เล่มประพันธ์โดยเวโรนิก้า รอธ ซึ่งเดิมจริงๆแล้วนั้นเรื่องราวจะใช้ชื่อเรื่องว่า Insurgent แต่ทางผู้สร้างภาพยนตร์เติมชื่อ The Divergent Series ไว้ข้างหน้าเพื่อให้คนที่ไม่รู้จักฉบับนิยายรู้ว่านี่คือภาคต่อของหนัง Divergent ตัวหนังดำเนินเรื่องราวต่อจากภาคแรกด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างดูต่อเนื่องดีครับ จุดนี้ใครที่เพิ่งดูภาคแรกจบมาหมาดๆจะได้อรรถรสเหมือนกับดูซีรี่ย์ที่ขึ้นตอนใหม่ ตามมาด้วยการปูทางเรื่องราวของฝ่ายนางเอกและฝ่ายของเจนีนที่ค่อนข้างจะเนิบๆเรื่อยๆในช่วงแรก ระหว่างนั้นก็มีฉากดราม่าและฉากอธิบายประเด็นให้เราได้ทำความเข้าใจกันไป เสริมด้วยฉากแอคชั่นพอให้หนังดูสนุกตื่นเต้นและสรุปประเด็นสำคัญของภาคนี้เกี่ยวกับเรื่องราวของ"กล่องข้อความ"ที่ทางผู้ก่อตั้งทิ้งเอาไว้

     เมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปหนังก็จะเริ่มสร้างความตื่นเต้นเกี่ยวกับการตอบโต้ของฝ่ายนางเอกรวมไปถึงเพิ่มความน่าสนให้เราอยากรู้ว่าไอ่ความลับที่อยู่ในกล่องนั้นมันคืออะไร ตามมาด้วยฉากแอคชั่นที่เน้นซีจีมากขึ้นกว่าภาคที่แล้วก่อนที่จะสรุปคำตอบที่เป็นประเด็นจากภาคที่แล้วให้เราได้รู้กันทั้งหมดในตอนจบ แต่กลับกันหนังก็เพิ่มประเด็นใหม่สำหรับภาคต่อไปด้วยเช่นกันครับ จากการบอกเล่าเนื้อเรื่องแนวๆนี้ทำให้ผมคิดว่าเนื้อเรื่องของซีรี่ย์นี้ดูค่อนข้างจะเชื่อมต่อกันแบบหลวมๆเหมือนกับว่าแต่งเรื่องราวในภาคแรกจบโดยทิ้งประเด็นที่กว้างๆเอาไว้ และเอาความกว้างของปมที่ทิ้งเอาไว้มาแต่งต่อ ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง"กล่องข้อความ" ในภาคแรกจะเห็นได้ว่าเจนีนที่เป็นตัวร้ายของเรื่องต้องการทำลายกลุ่มผู้เสียสละเพื่อกุมอำนาจไว้ แต่ในภาคนี้กลับชูประเด็นว่าที่เธอทำอย่างนั้นก็เพื่อกล่องใบนี้ต่างหาก ผมว่ามันดูไม่ค่อยต่อเนื่องกันยังไงไม่รู้นะ เพราะภาคแรกไม่มีการพูดถึงกล่องที่ว่านี้เลย จู่ๆภาคนี้กล่องก็โผล่ออกมาและกลายเป็นของสำคัญซะงั้น จุดที่ผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเพียงแต่ว่ามันคันใจเล็กๆครับ

    ทางด้านนักแสดง ทางเซย์ลีนย์ วู๊ดลี่ย์ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีในการเป็นดารานำของเรื่องโดยมีธีโอ เจมส์ให้การสนับสนุนบทบาทของเธอครับ ส่วนทางตัวละครเจนีนที่เป็นด้านฝ่ายร้าย เคท วินสเลตก็ยังโชว์ความเก๋าของดารารุ่นพี่และเป็นตัวร้ายที่ปั้นสีหน้าและท่าทางได้ค่อนข้างจิกกัดสายตาคนดูได้เช่นเดียวกับภาคแรก รวมทั้งตัวละครใหม่อย่างผู้นำพวกไร้กลุ่มที่รับบทโดยนาโอมิ วัตส์ก็ขโมยซีนได้ดี แม้ว่าบทของเธออาจจจะดูน้อยไปหน่อยแต่หนังก็ปูทางให้เราได้รู้ว่าตัวละครตัวนี้จะเป็นประเด็นสำคัญในภาคสุดท้ายแน่ๆ

     ฉากแอคชั่นในเรื่องผมว่าก็ค่อนข้างโอเคนะ แต่ในช่วงแรกหนังไม่ได้เน้นฉากแอคชั่นอะไรมากมายนอกจากมีไว้เพื่อสร้างความกลมกล่อมให้กับเรื่องราวโดยไม่ให้เรารู้สึกเบื่อ แต่พอเลยช่วงกลางเรื่องไปก็เริ่มมีฉากแอคชั่นที่เน้นซีจีอย่างที่เราได้เห็นในตัวอย่างเพิ่มเข้ามา พอได้มาดูเต็มๆแล้วก็ค่อนข้างสร้างความระทึกและตื่นเต้นได้ระดับหนึ่งครับ แต่ถ้าถามว่าเป็นหนังแอคชั่นจ๋าหรือปล่าว? ยังไม่ถึงขนาดนั้นครับ

     โดยรวมแล้ว The Divergent Series: Insurgent ก็เป็นหนังที่สร้างจากนิยายอีกเรื่องที่สามารถสร้างความสนุกให้กับคุณได้ค่อนข้างดี สำหรับคนที่เคยดู Divergent ที่เป็นภาคแรกมาแล้วและรู้สึกว่าเรื่องราวในภาคแรกนั้นสนุกถูกจริตกับแนวทางการดูหนังของคุณ Insurgent ที่เป็นภาคต่อก็สามารถสร้างความบันเทิงให้กับคุณด้วยเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากภาคที่แล้ว อีกทั้งยังมีฉากที่ตระการตามากขึ้นและเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นจนชวนให้คุณติดตามไปจนจบเรื่องครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง