Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
Jurassic World

     สุดสัปดาห์นี้หนัง Jurassic World ภาคต่อลำดับที่ 4 ของแฟรนไชส์ Jurassic Park อันลือลั่นในอดีตน่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญของนักดูหนังทุกคนครับ ด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการผจญภัยในสวนไดโนเสาร์ที่น่าตื่นเต้นทำให้นักดูหนังทุกเพศทุกวัยต่างพากันตีตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ ส่วนตัวเพิ่งได้มีโอกาสดูเมื่อเย็นวานนี้ครับ แต่หลังจากที่ดูจบผมคิดว่า Jurassic World ก็เป็นหนังที่ดีนะหากว่าเป็นหนังเรื่องเดียวของตัวเอง แต่ถ้าถามว่าดีเทียบเท่ากับกับ Jurassic Park หรือ The Lost World หรือปล่าว ผมตอบได้เลยว่ายังเทียบไม่ได้ครับ

     Jurassic World เป็นเรื่องราว 22 ปีจากเหตุการณ์ในหนัง Jurassic Park ที่ ณ ตอนนี้เกาะอิสลา นูบลาได้เปิดทำการเป็นสวนสนุกไดโนเสาร์อย่างเป็นทางการแล้วโดยบริษัทมัสรานี บริษัทใหม่ที่เข้ามาควบกิจการของบริษัทอินเจนและสานต่อวิสัยทัศน์ของจอห์น แฮมมอนด์ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเพื่อเพิ่มระดับจากสวนสนุกจูราสสิค พาร์คไปเป็นสวนสนุกจูราสสิค เวิร์ลและสถานที่นี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ผู้คนจากทั่วโลกต่างพากันมาเที่ยวชม ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นทำให้พวกเขาสามารถควบคุมและจัดแสดงเหล่าไดโนเสาร์ได้อย่างทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น แต่แล้วอีกด้านหนึ่งพวกเขาก็ได้สร้างไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน(หรือผู้บริหาร) ด้วยความสุดยอดในหลายๆด้านของสายพันธุ์ใหม่ที่สร้างขึ้นทำให้มันหลุดออกจากที่คุมขังและเปลี่ยนเกาะนี้ให้เป็นฝันร้ายอีกครั้งหนึ่ง

      ตัวหนังดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงแบบไม่ย้อนอดีตให้เรางงครับ พร้อมทั้งแบ่งกลุ่มตัวละครและดำเนินเรื่องคู่ขนานกันไปอย่างต่อเนื่องและไม่ทำให้หนังดูสะดุด จะได้อรรถรสมากถ้าหากคุณจำเรื่องราวหรืองเพิ่งจะได้ดู Jurassic Park ก่อนที่จะมาดูหนังเรื่องนี้ เพราะมีหลายๆช่วงที่หนังจะนำเสนอกลิ่นอายของเรื่องราวในภาคแรกให้เราได้ฟินกันไป แต่ผมลองมาคิดๆดูแล้ว หนังดูจะขาดเสน่ห์ที่เป็นหัวใจหลักแฟรนไชส์นี้ที่เน้น"การเอาชีวิตรอดภายใต้สภาวะย่ำแย่"และกลายมาเป็นหนังสัตว์ประหลาดไล่ฆ่าคนที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้สามารถไปปรากฏตัวได้ทุกที่ๆตัวละครไป ผมก็เข้าใจนะว่าต้องให้มีความตื่นเต้น แต่ดูแล้วก็ไม่มีฉากไหนที่ตื่นเต้นมากไปกว่าจากการวิ่งหนีไดโนเสาร์เพียง"ตัวเดียว"ที่ไล่กวดไปทั่วทั้งเกาะ

      แต่จะว่าไปถึงแม้จะบางช่วงบางตอนอาจจะเทียบชั้นสู้ภาคก่อนๆไม่ได้ แต่เรื่องราวในภาคนี้ก็ยังแทรกความแปลกใหม่ให้เราได้เห็นกันครับ อย่างเช่นฉากการฝึกแรพเตอร์ที่ยังคงเน้นนำเสนอความเฉลียวฉลาดของไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ จากที่คุณเห็นในตัวอย่างอาจจะคิดว่ามันถูกฝึกให้เชื่อง แต่ผมขอบอกเลยว่าความสัมพันธุ์ระหว่างมนุษย์และแรพเตอร์มีมากกว่านั้นครับ อีกทั้งยังมีฉากไดโนเสาร์สายพันธุ์ในน้ำที่ไม่เคยมีในภาคก่อนๆและฉากท้ายเรื่องที่น่าจะทำออกมาได้โดนใจแฟนๆไดโนเสาร์รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ไปเต็มๆ ผมบอกได้เลยว่าประกาศศักดาสุดๆครับ

      ตัวละครในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ชัดเจนและทำให้คนดูสามารถจำพวกเขาได้ครับ อย่างตัวละครโอเว่นของคริส แพตต์ที่ดูจะพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์, ตัวละครแคล์ของบริส ดัลลัส ฮาวเวิร์ดที่เป็นผู้ปกครองของเด็กๆ รวมไปถึงตัวละครรองๆที่ช่วยสร้างอรรถรสให้กับเรื่องราว พวกเขาทั้งหมดก็มีบทบาทดราม่าโต้ตอบระหว่างกันทำให้หนังดูสนุกและมีมุกตลกแทรกมาบ้าง แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังโดนขโมยซีนจากไดโนเสาร์ในเรื่อง ขโมยซีนยังไง? คุณต้องลองเข้าไปชมเอง

     จากทั้งหมดโดยสรุปแล้ว Jurassic World ก็เป็นหนังที่ทำออกมาได้ดีระดับหนึ่งและสามารถให้ความบันเทิงกับคุณได้อย่างแน่นอนในสุดสัปดาห์นี้ครับ ด้วยเนื้อเรื่องที่ไปได้เรื่อยๆพร้อมกับการแทรกองค์ประกอบที่ให้ความเคารพกับ Jurassic Park ด้วย"วิธีการประกาศศักดาของ Jurassic World แต่ก็ยังไม่วายถูกบารมีของ Jurassic Park เข้าข่ม" ข้อความที่ว่ามาคุณอาจจะไม่เข้าใจจนกว่าจะได้ลองเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ครับ

ปล. เนื่องจากในโรงหนังเมื่อช่วงเย็นวานนี้ที่ผมไปดูมีคนมาดูเยอะมากและมีทุกเพศทุกวัยจริงๆ เบื้องต้นขอแนะนำว่าให้จองผ่านเน็ตก่อนไปดูจะได้ไม่เสียเวลา(และอารมณ์)ต่อแถวครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง